“รังสิมันต์” จี้รัฐบาลเพิ่มเวลา อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น 5 วัน ซัดมาตรฐานแย่กว่ายุครัฐประหาร

“รังสิมันต์” จี้รัฐบาลเพิ่มเวลา อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น 5 วัน ซัดมาตรฐานแย่กว่ายุครัฐประหาร
​"รังสิมันต์ โรม" ซัดรัฐบาลบีบเวลาฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจเหลือ 3 วัน จี้ขอ 5 วันเท่าเดิม ซัดมาตรฐานแย่กว่ายุครัฐประหาร พร้อมตั้งคำถามผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีส่งคนถูกซักฟอกมาเจรจาเวลา

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 เวลา 13.25 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย) ในวันนี้ว่า วันนี้เราคงจะได้เห็นความพยายามของฝ่ายรัฐบาลในการบีบเวลาฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง จะทำหน้าที่ให้ทันสถานการณ์อย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเพราะยังมีพอมีเวลา 

​เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ยอมให้อภิปรายไปเป็นเดือนพฤศจิกายนแต่ขอเวลา 5 วัน เดิมทีเจรจากันไว้ว่าอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าควรจะเป็น 5 วัน เพราะเนื้อหาและประเด็นอภิปรายมีจำนวนมาก และมีรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจถึง 18 คน 

"ก่อนหน้านี้ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อภิปรายรัฐมนตรี 10–11 คน ฝ่ายค้านยังได้เวลาอย่างน้อย 4 วัน แล้วมาตอนนี้จะให้เวลาเราแค่ 3 วัน เอาอะไรคิด? ผมไม่นึกเลยว่า คุณอนุทินจะมีมาตรฐานที่แย่กว่าผู้นำที่มาจากการทำรัฐประหารด้วยซ้ำ วันนี้จึงต้องกลับมาตั้งคำถามว่า ทำไมถึงพยายามบีบเวลาและให้เวลากับฝ่ายค้านน้อยขนาดนี้" นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ไม่เคยมีการนัดประชุมเรื่องนี้ล่วงหน้า แต่อยู่ๆ ก็นัดประชุมครั้งนี้แล้วบอกว่าจะให้เวลาแค่ 3 วัน และจะให้เริ่มสัปดาห์หน้าเลย ทำแบบนี้เพียงแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่า รัฐบาลต้องการทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปรายได้อย่างเต็มที่ 
​

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านยังยืนยันเรื่องเวลาที่ 5 วัน หากจะมีการปรับหลังจากนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะดีดนิ้วเคลียร์ทุกอย่างได้ทันที เพราะจำเป็นต้องไปบริหารจัดการใหม่ ต้องหารือกับพรรคฝ่ายค้านและจัดสรรผู้อภิปรายใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลา 

​นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการเจรจาว่า การพูดคุยทั้งหมด มีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาลอย่าง คุณภราดร ปริศนานันทกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มาร่วมเจรจาเรื่องเวลากับฝ่ายค้านด้วย
​
"อันนี้คืออย่างไร เจรจาเพื่อให้ฝ่ายค้านอภิปรายน้อยๆ หรือเปล่า พูดกันตรงๆ ผมขอตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนี่คือการเจรจาเพื่อประโยชน์ของตัวเองใช่หรือไม่ เรื่องนี้มีปัญหาหลายส่วนมาก ไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่รวมถึงความเหมาะสมของผู้เจรจาด้วย"

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยังไม่นับรวมกรณีที่ ครม. จะมีมติตกลงเรื่องวันอภิปรายก่อนสภาได้อย่างไร เพราะตามหลักการต้องให้สภาคุยกันให้จบก่อน แล้วค่อยไปถาม ครม. แต่นี่กลับเอาผลมติของ ครม. มาบังคับสภา ถือว่าเป็นการทำหน้าที่กลับหัวกลับหาง สส. พรรคภูมิใจไทยอาจจะลืมตัวว่า ไม่ได้เป็นแค่ สส. ฝ่ายรัฐบาล แต่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติด้วย จึงต้องเคารพว่าญัตตินี้เป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่จะมาบังคับเอาความสะดวกของฝ่ายบริหารมากำหนดการทำงานตรวจสอบของฝ่ายค้านในสภา

TAGS: #รังสิมันต์ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ