นายกฯยัน 18 รมต.พร้อมแจงศึกซักฟอก มั่นใจทำงานเป็นทีม ขออย่าเพิ่งตั้งสมมติฐานเรื่องการปรับ ครม. แทงกั๊กดีล ‘กล้าธรรม’ ยันคบ ‘ธรรมนัส’ แบบเพื่อน ย้ำ “เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้กำชับอะไรรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า ตัวนายกรัฐมนตรีก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายด้วย ฉะนั้นทุกกระทรวงก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจง ซึ่งตนเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานเป็น Team work อยู่แล้ว เพราะในองค์ประกอบของรัฐบาลมีเพียงสองพรรคการเมือง ดังนั้น การประสานงานและความร่วมมือต่าง ๆ จึงไม่ยาก
ส่วนมีความกังวลกระทรวงใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ตนก็ต้องทำการบ้านเยอะ ๆ
สำหรับความชัดเจนของพรรคกล้าธรรม ภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นจะเป็นอย่างไรต่อ เนื่องจากมีหลายกระแสข่าวทั้งการเข้าร่วมรัฐบาลและการยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ระบุว่า มันยังไม่เกิด เรื่องแบบนี้จะไปพูดก่อนได้อย่างไร มีใครเขาพูดก่อนบ้าง มันยังไม่มีความหมายอะไร
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายอนุทิน บอก ถามเรื่องงานดีกว่า วันนี้อนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนหลายเรื่อง
ขณะเดียวกันกระแสบอกว่าพรรคกล้าธรรมจะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้ม
สำหรับที่สังคมมองว่าขณะนี้รัฐบาลมีความเข้มแข็งแล้ว จะเติมความเข้มแข็งเพิ่มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลทำงานเต็มที่ ส่วนเรื่องการอภิปรายก็เป็นกระบวนการทางรัฐสภา และเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัย รวมถึงชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ อยู่แล้ว ขณะที่เรื่องการทำงานของรัฐบาลเราก็ยังต้องทำอย่างเต็มที่
นั่นแสดงว่ามีความมั่นใจการชี้แจงในสภาฯ ของรัฐมนตรีทั้ง 18 คนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 แต่ถ้าถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ข้างในก็มั่นใจ แต่จะมาบอกว่ามั่นใจมากแบบนี้พูดไม่ได้
ส่วนมั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าถามก็ต้องกลับไปดูประวัติศาสตร์ คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อย แต่ตอนนั้นไม่ได้มีการอภิปราย แค่เกือบมีแต่ยุบสภาไปก่อน แต่พอมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้มีเกือบ 300 เสียง ผู้สื่อข่าวก็ไปคำนวณเอา
หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ได้เสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง จะมีผลต่อการดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การลงมติทุกอย่างถือเป็นเอกสิทธิ
ขณะเดียวกันหากพรรคกล้าธรรมโหวตให้จะมีผลต่อการตัดสินใจในการดึงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้ให้เกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะไปหารือกับทางวิปของสภา ว่าช่วงที่รัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ และจะได้ฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลภารกิจอื่น ๆ คือ ช่วงวันที่ 27-29 ตุลาคม และวันที่ 30 ตุลาคม เป็นวันโหวต นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล แต่สุดท้ายจะเป็นวันไหนหรือกี่วันก็ขึ้นอยู่กับการหารือ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่รัฐบาลบอกว่าจะเสนอแบบนี้ เราถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรดุมาว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่ต้องเป็นการหารือของวิปสามฝ่าย รวมถึงประธานสภาด้วย ฉะนั้นก็ต้องขออภัยที่รัฐบาลอาจจะใช้คำพูดผิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการ โดยที่ไม่ได้พูดคำว่าเราเสนอ ต้องขออภัยด้วย
ส่วนตอนนี้มีการมองข้ามช็อตไปถึงหลังการซักฟอกว่ารัฐบาลจะมีเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน ถึงกับร้อง “หึ๊ย” พร้อมกล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอกเลย และเมื่อซักฟอกเสร็จก็ต้องชี้แจง ชี้แจงเสร็จก็ต้องลงมติ กว่าจะรู้ว่าเสียงจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ต้องรอตรงนั้นก่อน แล้วค่อยมาถาม
นั่นว่าเท่ากับว่าไม่ได้ปฏิเสธและปิดประตูตายพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ระบุว่า “ก็ผมยังไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ สมัยที่ตนโดน แต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถามว่ากำกับได้หรือไม่ว่าจะได้กี่คะแนน ตนก็นั่งลุ้นทุกทีว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั่งว่าจะผ่านหรือเปล่า มันไม่มีอะไรที่จะบอกว่าแบบนี้ผ่านชัวร์ ๆ เพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารประเทศแบบนี้ เราต้องมั่นใจข้อมูลที่เราตอบข้อซักถาม ข้อสงสัย และข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ตนคนเดียว รัฐมนตรีอีก 17 คนก็ต้องตอบ”
ส่วนหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับ ครม. หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า “โอ๊ย อย่าเพิ่งถาม”
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีภาพการไปรับประทานอาหารกับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ว่าได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง นายอนุทิน หัวเราะพร้อมถามกลับว่า “ต้องบอกด้วยเหรอ คนเป็นเพื่อนกัน”
ขณะที่ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คือกระแสไง เชื่อว่า แล้วทำไมไม่คิดว่าตนกับร้อยเอกธรรมนัสคบกันมาตั้งแต่เป็นผู้กองจริง ๆ เลย เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮา พึ่งพากันมาตลอด มีการพบปะกันมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าจะบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่ได้อยู่ในรัฐบาลล่ะ เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องมิตรภาพก็ยังดีที่ผมกับท่านธรรมนัสดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้” พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง”
สำหรับความชัดเจนเรื่องการแบ่งกระทรวงริมน้ำให้พรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ถามกลับว่า “กระทรวงริมน้ำคืออะไร” ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ากระทรวงพาณิชย์ และยังจับตาบทบาทของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย นายอนุทิน จึงหัวเราะเสียงดัง พร้อมบอกว่า “อย่าสมมติ ขอให้รอ”
ทั้งนี้ หากพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาล จะเกลี่ยโควตาของพรรคภูมิใจไทยหรือโควตาของพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ย้ำว่า อย่างสมมติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปรายเลย ยังไม่ลงคะแนนเลย รัฐบาลทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยน รัฐบาลต้องทำงานให้กับประเทศอย่างเต็มที่ ตรงนี้จะไม่เสีย