ฝ่ายค้านจี้ ครม. เสนอวันซักฟอกใหม่ หลังวิป 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุปครั้งที่ 2

ฝ่ายค้านจี้ ครม. เสนอวันซักฟอกใหม่ หลังวิป 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุปครั้งที่ 2

วันนี้ 22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิป 3 ฝ่าย ล่มเป็นครั้งที่ 2 โดยระบุว่ายังไม่มีข้อสรุป และเห็นว่าต้นตอของปัญหาเกิดจากทัศนคติของรัฐบาลที่มองว่าสภาเป็นสาขาของรัฐบาล ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ไม่เคยมีครั้งใดที่คณะรัฐมนตรีออกหนังสือแจ้งมติมายังสภาก่อนการหารือร่วมกันระหว่างวิปทุกฝ่าย แล้วกำหนดว่าพร้อมเฉพาะวันใดวันหนึ่ง เพื่อบีบให้สภาโดยเฉพาะฝ่ายค้านซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติ ต้องอยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว

นายพริษฐ์กล่าวว่า หากมองกว้างกว่าเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเห็นความพยายามของรัฐบาลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาในการแทรกแซงและทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภา โดยยกตัวอย่างการประชุมประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ เมื่อวานนี้ (21 ตุลาคม) ซึ่งเดิมจะหารือปัญหาความซ้ำซ้อนของประเด็นที่แต่ละคณะพิจารณา แต่ท้ายที่สุดกลับมีความพยายามนำที่ประชุมไปสู่ข้อสรุปว่า การกำหนดเรื่องที่จะประชุมต้องเป็นมติของคณะกรรมาธิการเท่านั้น ซึ่งตนเห็นว่าขัดกับแนวปฏิบัติที่ผ่านมา และเปิดช่องให้เสียงข้างมากปิดกั้นวาระการตรวจสอบรัฐบาลได้

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายพริษฐ์ย้ำว่า ฝ่ายค้านให้ความสำคัญกับการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอ ทั้งสำหรับฝ่ายค้านในการเสนอข้อกล่าวหาและรัฐมนตรีในการชี้แจง แม้เดิมจะตั้งใจอภิปรายช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่หากมีภารกิจที่เลื่อนไม่ได้ หรือนายกรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมการประชุมนานาชาติจริง ฝ่ายค้านก็พร้อมขยับวันออกไป และได้ย้ำข้อเสนอนี้ในการประชุมเมื่อวานแล้ว โดยขอเพียงแค่มีการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่

นายพริษฐ์ระบุต่อว่า จนถึงวันนี้ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีข้อเสนอแก้ปัญหา ยังคงยืนยันให้อภิปรายในสัปดาห์หน้า และไม่ให้เวลา 5 วันหรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอ จึงยังหาข้อสรุปไม่ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าสมัยประชุมนี้จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ก่อนเดินออกจากที่ประชุม ได้เสนอให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานการประชุม ทำหนังสือกลับไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันภายในกรอบ 3 วันที่ ครม. เสนอมาได้ พร้อมขอให้ ครม. พิจารณาช่วงวันอื่นที่สะดวกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งยังอยู่ในสมัยประชุมนี้ เพื่อกลับมาหารือร่วมกัน แต่รองประธานสภาฯ ไม่รับปากแม้กระทั่งจะดำเนินการในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่า หากไม่สามารถอภิปรายตามช่วงวันที่รัฐบาลกำหนด จะไม่มีช่วงเวลาอื่นแล้วใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ยังเหลือเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม จึงตั้งคำถามว่าเป็นไปได้จริงหรือที่รัฐบาลจะไม่มีเวลาเข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย ซึ่งตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้

ส่วนประเด็นว่าจะจัดเวทีอภิปรายนอกสภาหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ในขั้นนี้ หากรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งไม่ดำเนินการ ขอเสนอผ่านสื่อมวลชนไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงกลับไปยัง ครม. ว่า วิป 3 ฝ่ายหารือกันแล้ว 2 รอบ แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปสำหรับวันที่ 27–29 ตุลาคมได้ และขอให้เสนอช่วงเวลาใหม่ภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งยังเหลืออีก 2 เดือน โดยเห็นว่าเป็นการดำเนินการขั้นต่ำที่ประธานสภาฯ สามารถทำได้ตามอำนาจหน้าที่เพื่อหาทางออก

เมื่อถามว่าเป็นความพยายามไม่ให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า มองว่าเป็นหนึ่งในความพยายามบีบพื้นที่ของฝ่ายค้านและสภาในการตรวจสอบรัฐบาล ทั้งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการตีความข้อบังคับเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ

เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมประชุม จะสามารถกำหนดจำนวนวันอภิปรายได้เลยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นอำนาจของประธานสภาฯ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานวางตนเป็นกลาง จึงเห็นว่าควรแจ้งข้อเท็จจริงกลับไปยัง ครม. ว่า วิป 3 ฝ่ายยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ จึงไม่สามารถดำเนินการในสัปดาห์หน้าตามที่ ครม. ร้องขอ และจำเป็นต้องขอวันใหม่เพื่อกลับมาเจรจากันอีกครั้ง

เมื่อถามถึงแผนสำรองหากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นายพริษฐ์กล่าวว่า ต้องถามกลับว่าเหตุใดจึงจะเป็นไปไม่ได้ หากฝ่ายค้านยื่นญัตติวันนี้ ครม. จะตอบจริงหรือว่าไม่มีวันว่างเลยในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ และการมาชี้แจงก็เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช กล่าวเสริมว่า ในที่ประชุมได้เสนอแล้วว่า หากสัปดาห์หน้าในเดือนตุลาคมไม่ว่าง จะขยับไปช่วงวันที่ 7–11 พฤศจิกายนได้หรือไม่ แต่ ครม. ยืนยันว่าไม่ว่างเช่นกัน นอกจากนี้ อีกเรื่องที่ทำให้แปลกใจคือ ครม. ระบุว่าเพิ่งได้รับหนังสือและเพิ่งมีมติ ทั้งที่การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเป็นที่รับทราบโดยทั่วไป ยื่นตามขั้นตอนของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งปรากฏเป็นข่าวแล้ว

นายชัยชนะกล่าวว่า หากจะถามว่าเหตุใดฝ่ายค้านไม่ถอยเรื่องเวลา ฝ่ายค้านก็เสนอแล้วว่าหากสัปดาห์หน้าไม่ได้ จะเป็นเดือนหน้าก็ได้ และหากสมมติว่าวันนี้เป็นวันแรกที่ยื่นญัตติ รัฐบาลก็ต้องหาวันมา ไม่ใช่ติดภารกิจตลอด พร้อมระบุว่าการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเป็นการกล่าวหา รัฐบาลจึงมีหน้าที่มาตอบชี้แจงต่อสังคม

จากนั้นนายพริษฐ์กล่าวต่อว่า หลังยื่นญัตติอย่างเป็นทางการ ตนพยายามสอบถามมาตลอดว่าประธานสภาฯ จะนัดประชุมทุกฝ่ายเมื่อใด เพราะที่ผ่านมาแม้อาจมีการพูดคุยนอกรอบ แต่ต้องเริ่มจากประธานสภาฯ นัดทุกฝ่ายหารืออย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจใช้เวลา 2–3 ครั้ง เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงแจ้งไปยัง ครม. เพื่อรับทราบและยืนยันกลับมาอย่างเป็นทางการ แต่ครั้งนี้การประชุมอย่างเป็นทางการเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน หลังจาก ครม. ส่งหนังสือแจ้งมติมายังสภาแล้ว แทนที่จะรอข้อสรุปจากทุกฝ่าย ตนจึงเห็นว่ามีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่ปกติ และหวังให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือตอบกลับไปยัง ครม. เพื่อเริ่มกระบวนการใหม่ให้ถูกต้อง

เมื่อถามว่าการเริ่มต้นใหม่จำเป็นต้องพูดคุยนอกรอบหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้ทราบความต้องการของทุกฝ่ายแล้ว และทุกฝ่ายต้องพยายามหาทางออกร่วมกัน อาจไม่มีใครได้ตามที่ต้องการทั้งหมด โดยฝ่ายค้านวางแผนอภิปรายไว้ 5 วันเต็ม รวม 60 ชั่วโมง อ้างอิงจากที่ผ่านมา ซึ่งการอภิปรายรัฐมนตรี 10–11 คน ฝ่ายค้านมีเวลาประมาณ 42–45 ชั่วโมง การขอเพิ่มเป็น 60 ชั่วโมงสำหรับรัฐมนตรี 18 คน จึงไม่ได้ผิดวิสัย

อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ระบุไว้ว่า หากจำเป็นต้องลดเนื้อหาจากที่เตรียมไว้ ก็ต้องขอเวลากลับไปจัดระเบียบใหม่ เพื่อไม่ให้สูญเสียสาระสำคัญสำหรับรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ส่วนสิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือถาม ครม. ว่ามีช่วงวันอื่นใดที่เป็นไปได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายกลับมาหาทางออกและข้อสรุปร่วมกัน

TAGS: #ฝ่ายค้าน #อภิปรายไม่ไว้วางใจ