“ภราดร” สส.ภูมิใจไทย ตั้งคำถาม 7 กกต. ปมฮั้วเลือก สว. 2567 หลังถูกกล่าวหานานกว่า 2 ปี พร้อมตั้งข้อสังเกตการทำงานของ DSI ทั้งกรณีข่มขู่พยาน-นำสำนวนเข้าสู่กระบวนการ และตั้งคำถามว่ามีความพยายามเชื่อมโยง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายช่วงหนึ่ง โดยตั้งคำถาม หลังตกอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 มานานกว่า 2 ปี
นายภราดรกล่าวว่า ข้อกล่าวหาสำคัญคือการกล่าวหาว่าการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 มีกระบวนการฮั้ว และเชื่อมโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทยและกรรมการบริหารพรรค จึงตั้งคำถามว่า กกต. เชื่อหรือไม่ว่ามีกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ว่า หากเชื่อว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้น เหตุใดจึงมีการพิจารณาเป็นรายบุคคลและแยกตาม 7 ข้อกล่าวหา แทนที่จะมีมติในภาพรวมว่ามีกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่
“ถ้าเห็นว่ามีกระบวนการจริง ทำไม กกต. 7 ท่าน ไม่ลงมติอีกแบบ มีกระบวนการฮั้ว สว. หรือไม่ ทำไมถึงลงมติรายบุคคล และลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” นายภราดรกล่าว
อีกประเด็นที่นายภราดรต้องการคำตอบ คือ กกต. ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าอาจมีกระบวนการใส่ร้ายหรือสร้างหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงพวกตนเข้ากับกระบวนการฮั้ว โดยยกกรณีการดำเนินงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 มาประกอบข้อสังเกต
นายภราดรกล่าวถึงไทม์ไลน์ว่า DSI เคยส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ก่อนที่ต่อมาจะมีการประชุมของ DSI และมีการดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในเดือนมีนาคม พร้อมตั้งคำถามถึงอำนาจในการดำเนินการของ DSI ในช่วงเวลาดังกล่าว
จากนั้นวันที่ 18 มีนาคม 2568 มีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีคณะอนุกรรมการอยู่แล้ว 25 ชุด นายภราดรจึงตั้งคำถามถึงเหตุผลในการตั้งคณะพิเศษ รวมถึงการที่มีเจ้าหน้าที่ DSI 3 คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว
เขายังกล่าวอ้างถึงกรณีพยานกลับคำให้การ โดยระบุว่าพยานถูกเจ้าหน้าที่ DSI ข่มขู่และกดดัน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อสร้างภาพว่าพรรคภูมิใจไทยและกรรมการบริหารพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. และอาจนำไปสู่กระบวนการยุบพรรคในท้ายที่สุด
นายภราดรยังตั้งข้อสังเกตถึงผู้ทำหน้าที่สอบสวนพยานรายหนึ่ง โดยเชื่อมโยงกับอดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดสมุทรปราการที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวน
“ผมสงสัยได้หรือไม่ ว่าให้ลูกน้องตัวเองมาสอบสวน และบังคับขู่เข็ญให้พยานให้การอย่างที่ต้องการ ให้เห็นภาพ สร้างภาพปีศาจว่ามีกระบวนการ” นายภราดรกล่าว
ส่วนกรณี “โพย” ที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐาน นายภราดรตั้งคำถามถึงที่มาและช่วงเวลาที่มีการนำโพยดังกล่าวมาแสดง โดยระบุว่าโพยถูกนำมาอ้างหลังการเลือกตั้ง สว. ทั้ง 200 คนเสร็จสิ้นแล้ว จึงต้องการให้ กกต. ตรวจสอบว่าโพยเป็นหลักฐานที่มีอยู่ก่อนการเลือกตั้งจริงหรือไม่ และสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าถูกพบในสนามเลือกตั้งเมืองทองตามที่มีการกล่าวอ้าง
นายภราดรกล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอด 2 ปีในฐานะผู้ถูกกล่าวหา สิ่งที่ต้องการจาก กกต. คือคำตอบว่าได้ตรวจสอบข้อสังเกตต่าง ๆ เหล่านี้อย่างรอบด้านหรือไม่ และกระบวนการทั้งหมดได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหามากน้อยเพียงใด