“สนธิ” ประกาศเดินหน้าขบวน “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” นัดชุมนุม 10 ก.ย. ยื่นหนังสือหน้าสถานทูตอิสราเอล ก่อนเดินสายทั่วประเทศ จับตามติ กกต. ปมฮั้ว สว. วันที่ 14 ก.ย.ขู่ยกระดับการเคลื่อนไหวหากมีการตัดตอน
นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยประกาศเตรียมนัดหมายประชาชนในวันที่ 10 ก.ย. เวลา 09.30 น. เพื่อชุมนุมและเดินทางไปยื่นหนังสือ พร้อมอ่านแถลงการณ์บริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล
นายสนธิ ระบุว่า หลังจากการเคลื่อนไหวในวันที่ 10 ก.ย. จะเดินสายพบปะประชาชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็น พร้อมจับตาการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นการฮั้ว สว.
นายสนธิกล่าวว่า ตนคาดการณ์ว่ามติ กกต. ในประเด็นดังกล่าวอาจออกมาในลักษณะ 5:2 และแสดงความกังวลว่าอาจมีการดำเนินการที่นำไปสู่การ “ตัดตอน” ผู้เกี่ยวข้องบางส่วน โดยหากสถานการณ์เป็นไปตามที่ตนคาดการณ์ จะพิจารณาแนวทางการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนต่อไป
สำหรับเหตุผลที่ออกมาเคลื่อนไหว นายสนธิกล่าวว่า เกิดจากปัญหาสะสมของประเทศ รวมถึงสิ่งที่มองว่ารัฐบาลล้มเหลวในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน โดยยกประเด็นนอมินีต่างชาติ การกว้านซื้อที่ดินของต่างชาติ กลุ่มทุนสีเทา การอนุญาตจัดตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ตลอดจนการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและระบบวีซ่า
นายสนธิ ยังกล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลอนุทิน โดยระบุถึงประเด็นการกักตุนน้ำมัน การทุจริตหรือโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ปัญหาฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ป.ป.ช. และ กกต. โดยกล่าวหาว่าขาดความโปร่งใสและอาจมีการช่วยเหลือพวกพ้อง
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นมุมมองและคำวิจารณ์ของนายสนธิ ขณะที่รายละเอียดและข้อเท็จจริงของแต่ละประเด็นต้องพิจารณาจากข้อมูลและกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสนธิย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อล้มรัฐบาล แต่ต้องการกดดันและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม มีความซื่อสัตย์ และกล้าตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของประชาชน
นายสนธิกล่าวด้วยว่า การชุมนุมในครั้งนี้จะไม่ใช่ลักษณะการปักหลักพักค้าง แต่เชื่อว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยจะเริ่มจากวันที่ 10 ก.ย. และติดตามผลการประชุม กกต. วันที่ 14 ก.ย. หากพบว่ามีการดำเนินการที่เข้าข่าย “ตัดตอน” ตามที่กังวล ก็จะพิจารณาแนวทางการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมภายในสัปดาห์ดังกล่าว
พร้อมกันนี้ นายสนธิประกาศว่าจะเดินสายทั่วประเทศเพื่อพบประชาชนและวัดระดับความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาล โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวจะมุ่งชี้ให้ประชาชนเห็นถึงสิ่งที่มองว่าเป็นปัญหาในการบริหารประเทศ และกดดันให้รัฐบาลแก้ไขสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง