นายกฯ ลงพื้นที่พบชาวนาสุพรรณบุรี ย้ำเกษตรกรคือหัวใจของประเทศ พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบชลประทานทั่วภาคกลาง ลดความเสี่ยงภัยธรรมชาติ และผลักดันให้รายได้จากผลผลิตกลับสู่มือชาวนา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรโครงการปรับลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตข้าว ที่แปลงนาสาธิต บ้านท่านางเริง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมรับฟังผลการดำเนินโครงการและพบปะพี่น้องชาวนา โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และจะเร่งผลักดันระบบชลประทานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการให้เห็นสภาพการทำงานของเกษตรกรด้วยตนเอง เพื่อเข้าใจปัญหาและหาแนวทางแก้ไขอย่างตรงจุด
นายอนุทิน ระบุว่า ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ สร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจ แต่รายได้ควรตกถึงมือผู้ผลิตมากที่สุด ไม่ใช่กระจุกอยู่กับพ่อค้าคนกลางหรือกลุ่มทุน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับรายได้ของเกษตรกร
นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมนายประภัตรว่า เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเกษตรมายาวนาน และยังคงอุทิศตนทำงานเพื่อชาวสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่อง พร้อมอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของนายประภัตร ซึ่งตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม โดยระบุว่าจะจดจำวันนี้เป็นวันสำคัญ และจะหาโอกาสเดินทางมาสุพรรณบุรีในทุกปี
ในช่วงหนึ่ง นายอนุทินยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย พร้อมยืนยันว่า แม้รัฐบาลจะดูแลประชาชนทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกตามพรรคการเมือง แต่หากมีผู้แทนจากพรรคเดียวกันทั้งจังหวัด ก็จะช่วยให้การประสานงานและการขับเคลื่อนนโยบายมีความคล่องตัวมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการพัฒนาระบบชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากภาคเหนือ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ
"วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว สิ่งที่เคยตั้งใจไว้ต้องทำให้ได้ ผมให้คำมั่นว่าจะผลักดันโครงการชลประทานอย่างเต็มที่ มีการศึกษาและจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และช่วยให้พี่น้องเกษตรกรประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนงานรองรับและพร้อมเดินหน้าภายใต้กรอบอำนาจของนายกรัฐมนตรี เพื่อพัฒนาระบบชลประทานและยกระดับภาคการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน