สน.ทุ่งสองห้องเดือดมีผู้ร้องทุกข์ฟัน "สมชัย อดีต กกต." ปมผลประโยชน์ทับซ้อนปี 61 พ่วงสอย "สส.ผึ้ง พนิดา" เหตุตั้งสมชัยนั่งอนุกมธ. จัดการเลือกตั้ง ทีมกฎหมายจ่อขยายผลสอย"ยกคณะกรรมาธิการ"ส่ง ป.ป.ช. ฟันต่อ
เกิดกระแสความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญที่ สน.ทุ่งสองห้อง หลังมีผู้เข้าแจ้งความกล่าวโทษดำเนินคดีอาญาแผ่นดินกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ (สส.ผึ้ง) สส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาชน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งคดีนี้ถูกรายงานด่วนถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
คำร้องทุกข์กล่าวโทษระบุว่า ในขณะที่ นายสมชัย ดำรงตำแหน่ง กกต. (ช่วงปี 2556) ได้กระทำการอันเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม โดยได้ลงสมัครรับเลือกเป็น เลขาธิการ กกต. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 ทั้งที่ตนเองยังมีอำนาจกำกับดูแลสำนักงาน กกต. อยู่ในขณะนั้น
พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ในขณะนั้น มีคำสั่งที่ 4/2561 ให้ระงับการใช้อำนาจและให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากทำให้การคัดเลือกขาดความโปร่งใสและเป็นธรรม การกระทำนี้จึงเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 126(4) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รวมถึงฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยคดีอาญามีอายุความ 10 ปี ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 20 มีนาคม 2571
คดีดังกล่าวส่งผลกระทบลามไปถึงฝ่ายนิติบัญญัติ โดยนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้ง สส. และการเลือก สว. เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ได้ถูกกล่าวโทษเป็นผู้ต้องหาด้วย
เนื่องจากนางสาวพนิดา ได้เสนอแต่งตั้งให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ดำรงตำแหน่งเป็น รองประธานอนุกรรมาธิการคนที่ 3 ของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว โดยคำร้องระบุว่า เป็นการจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่ตรวจสอบประวัติและลักษณะต้องห้ามของนายสมชัยที่เคยถูกคำสั่ง คสช. ให้ออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่รับรู้ทั่วไป การแต่งตั้งนี้จึงทำให้นายสมชัยได้รับผลประโยชน์จากงบประมาณรัฐ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 และ 235
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อทำการไต่สวนและชี้มูลความผิดต่อไป
นอกจากนี้ ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกว่า ในขั้นตอนการเสนอชื่อนายสมชัยนั้น นางสาวพนิดาได้นำรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาและได้รับอนุมัติเห็นชอบจาก คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ (คณะที่ 1) หรือไม่ หากพบว่ามีการลงมติเห็นชอบร่วมกัน จะมีการแจ้งความกล่าวโทษเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีอาญาและถอดถอนกรรมาธิการ "ยกคณะ" ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
