รัฐบาลอนุทินเดินหน้า “TH-AI Passport” หลังซูเปอร์โพลเผยคนไทยตื่นตัว 91%

รัฐบาลอนุทินเดินหน้า “TH-AI Passport” หลังซูเปอร์โพลเผยคนไทยตื่นตัว 91%
โพลเผย คนไทย 91% ตื่นตัวเทคโนโลยี #AI ยื่นโจทย์ใหญ่ให้รัฐบาลช่วยดันเศรษฐกิจปากท้อง รัฐบาลน้อมรับความเห็น เดินหน้าโครงการ TH-AI Passport กางแผน 5 ด้านหลัก มุ่งลดต้นทุนธุรกิจ ยกระดับแรงงาน

รองโฆษกรัฐบาลเผย ผลสำรวจ “ซูเปอร์โพล” ชี้ชัดคนไทยพร้อมลุยยุคดิจิทัล ชง AI ช่วยแก้ปัญหาปากท้อง-สร้างโอกาสธุรกิจ ยืนยันเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ภายใต้หลักโปร่งใส ตรวจสอบได้ กางแผน 5 ด้านยกระดับทักษะแรงงาน ปั้นระบบนิเวศ AI ครบวงจรถึงระดับชุมชน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เรื่อง “ความต้องการ AI ของประชาชน” ซึ่งสะท้อนตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:

  • ร้อยละ 91.2 รู้จักหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI

  • ร้อยละ 72.5 เคยนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียน หรือการทำงานแล้ว

  • ร้อยละ 63.7 เห็นด้วยให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อไป

ผลสำรวจสะท้อนอย่างชัดเจนว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลนำ AI มาเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีสถิติดังนี้:

  • ร้อยละ 91.7: ต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ

  • ร้อยละ 88.5: ต้องการให้ AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

  • ร้อยละ 87.2: ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงความรู้และการใช้งาน AI อย่างเท่าเทียม (ลดความเหลื่อมล้ำดิจิทัล)

  • ร้อยละ 85.3: ต้องการให้ AI ช่วยยกระดับการศึกษาและพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) แรงงานไทย

  • ร้อยละ 83.1 และ 81.6: ต้องการให้ AI เข้ามาดูแลความปลอดภัย และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง (เด็ก, ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ)

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน รัฐบาลเตรียมนำข้อเสนอแนะมาปรับใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายผ่าน 5 ด้านสำคัญ คือ:

  1. Economic AI: ใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนในภาคธุรกิจและภาคประชาชน

  2. Competitiveness: ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกของประเทศ

  3. Digital Inclusion: ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ให้ทุกคนเข้าถึงระบบได้อย่างเท่าเทียม

  4. Human Capital: พัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาและยกระดับทักษะแรงงานไทย

  5. Social Welfare & Safety: ใช้ AI เสริมสร้างความปลอดภัยและดูแลคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำระบบสนับสนุนด้าน AI ครบวงจร ทั้งการอบรมให้ความรู้ การเปิดให้เข้าถึงเครื่องมือ AI การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ในชุมชน และการจัดหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในทุกพื้นที่

“รัฐบาลมองว่า TH-AI Passport ไม่ใช่เพียงโครงการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ AI เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในโลกยุคใหม่” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย

TAGS: #THAIPassport #AI #อนุทินชาญวีรกูล #ลลิดาเพริศวิวัฒนา #นโยบายรัฐบาล