"มาร์ค" ลุยหาเสียง ชูแก้เศรษฐกิจยั่งยืน-รื้อระบบประกันสังคม

“อภิสิทธิ์” นำทีมปชป. หาเสียง ย่านลาดกระบัง ปลุกกระแสการเมืองสุจริต ชู นโยบายแก้เศรษฐกิจยั่งยืน-รื้อระบบประกันสังคมเพื่อประชาชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร นำทีมผู้สมัคร ส.ส. กทม. ลงพื้นที่หาเสียงตลาดเกรียงไกร เคหะร่มเกล้า รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนย่านลาดกระบัง ย้ำชัดการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนประเทศด้วยการเมืองคุณภาพ พร้อมเสนอแผนปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม และเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อความมั่นคงของฐานราก

นายอภิสิทธิ์ เผย ภายหลังการพบปะประชาชนว่า ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นซึ่งสะท้อนถึงความผูกพันที่เหนียวแน่นระหว่างพรรคกับคนกรุงเทพฯ พร้อมให้ความเห็นว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง มักมีการนำเสนอประเด็นที่เน้นเพียงความเร้าใจตามกระแส แต่อยากให้ประชาชนมองไกลไปถึง “การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน”

"ครั้งนี้อยากจะเห็นการจริงจังในเรื่องของการสนับสนุนคนที่จะไปปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน กับคนที่มีแผนเศรษฐกิจระยะยาว เพราะวันนี้มาเดินตลาดทั้งเจ้าของตลาด ทั้งแม่ค้าก็พูดตรงกัน ว่ามาตรการกระตุ้นทั้งหลายมันก็ได้ระยะสั้นๆ จริงๆ  พอจบไปก็กลับเข้าสู่สภาพที่มันเงียบ ถ้าเราไม่ทำให้เศรษฐกิจโตแบบยั่งยืนรายได้ประชาชนก็ไม่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นก็อยากให้ช่วงสุดท้ายทุกคนมาจริงจังกันมากขึ้นกับเรื่องที่เป็นอนาคตระยะยาวของประเทศ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงทิศทางการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างระบบประกันสังคมครั้งใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความโปร่งใสและสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกันตน โดยระบุว่า นโยบายระยะยาวของพรรคคือการผลักดันให้สำนักงานประกันสังคมยกฐานะเป็น"หน่วยงานอิสระ" เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาลเป็นไปอย่างมืออาชีพและโปร่งใสที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนมีความวิตกกังวลต่อการตรวจสอบที่พบปัญหาด้านการบริหารจัดการเงินสะสมของผู้ประกันตน


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์เสนอแนะคือการทบทวนระบบการรักษาพยาบาล โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันผู้ประกันตนต้องแบกรับภาระซ้ำซ้อน คือทั้งส่งเงินสมทบเองและเสียภาษีให้กับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) แต่ในหลายกรณีกลับได้รับสิทธิประโยชน์ที่น้อยกว่า

“เรามีแนวคิดที่จะให้ผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปเลย เพื่อให้ได้รับสิทธิการรักษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ส่วนเงินสมทบที่เคยต้องจ่ายในส่วนนี้ ให้นำไปสมทบเพิ่มในสวัสดิการด้านอื่นแทน เช่น เงินออมชราภาพ เพื่อให้พี่น้องแรงงานมีความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”

เมื่อถามถึงความจำเป็นในการปฏิรูป นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าถึงเวลาที่ต้องปรับรื้อครั้งใหญ่ เนื่องจากระบบปัจจุบันเริ่มไม่สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปและปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

“ระบบพื้นฐานทั้งหมดต้องได้รับการทบทวน เพราะปัจจุบันการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ยังไม่สะท้อนถึงระบบก้าวหน้าที่ควรจะเป็น การปรับรื้อโครงสร้างครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคตที่มั่นคงของประชาชนอย่างแท้จริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ในส่วนของประเด็นร้อนเรื่องประกันสังคม นายอภิสิทธิ์ เสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานว่าประกันสังคมควรยกฐานะเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อให้การบริหารจัดการเงินกองทุนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการแทรกแซง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงขั้นต้องผ่าตัดเลยไหม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  ถูกต้อง ที่ผ่านมาเมื่อมีการตรวจสอบ ประชาชนก็มีความวิตกกังวลกับการที่มีการส่งเงินเข้าไปแล้ว การบริหารเงินมีปัญหามาก แต่ว่าตัวพื้นฐานของระบบทั้งหมด ต้องมีการทบทวนอยู่แล้ว จากโครงสร้างประชากร จากปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะปัจจุบันการจ่ายเงินออกมาก็ไม่ได้เป็นลักษณะของระบบก้าวหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องมีการปรับรื้อครั้งใหญ่