นโยบายประชานิยมหรือรัฐสวัสดิการ แต่ละพรรคประชันกันอย่างเต็มที่ ส่วนนโยบายพรรคการเมืองไหนจะโดนใจประชาชนผู้เลือกตั้งต้องรอดูหลัง14พ.ค.นี้
การหาเสียงเลือกตั้งกำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 30 วันเท่านั้น โดยในวันที่ 14 พ.ค.จะมีการหย่อนบัตรลงคะแนนกันแล้ว ทุกพรรคจึงต้องเร่งหาเสียงแข่งกับเวลา และสิ่งสำคัญสุดคือนโยบาย ซึ่งทุกพรรคจัดเต็มทั้งเรื่องของปากท้อง กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ดินทำกิน สุขภาพ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปด้านต่างๆ และอีกสารพัดนโยบาย และโดยเฉพาะนโยบายประชานิยมหรือรัฐสวัสดิการ แต่ละพรรคประชันกันอย่างเต็มที่ ส่วนนโยบายพรรคการเมืองไหนจะโดนใจประชาชนผู้เลือกตั้งต้องไปดูรายละเอียด
******************
พรรคเพื่อไทย

1.เติมเงินให้ทุกคนระบบอายุ16ปีขึ้นไป ใช้จ่ายใกล้บ้านผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล เติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ทุกคน ใช้จ่ายใกล้บ้าน 4 กิโลเมตร
2.ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ภายในปี พ.ศ. 2570
3.พักหนี้เกษตรกร 3 ปีทั้งต้น ทั้งดอกทันที
4.ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้รถไฟชั้นสามทุกขบวน
5.บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทั่วไทย
6.ระดมฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรีให้เด็กหญิงอายุตั้งแต่ 9-11 ปีทุกคน
7.เงินเดือนคนจบปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเดือน ภายในปี พ.ศ. 2570 รวมทั้งข้าราชการด้วย
8.ทุกครอบครัว มีรายได้ ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท / เดือน หากรายได้ของครัวเรือนต่ำกว่า 20,000 บาท/เดือนก็จะได้รับการเติมให้ครบ 20,000 บาท/เดือน จนกระทั่งครอบครัวมีรายได้เพียงพอ
9.ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านขั้นตอน Learn to Earn” เพื่อ “เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิต” ทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกช่วงทุกวัย สามารถโอนหน่วยกิตที่สะสมไว้ หางานได้ในทุกช่วงของชีวิต
จบปริญญาตรีอายุ 18
10.Free tablet for all” โครงการ 1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต และ โครงการ 1 ครู 1 แท็บเล็ต เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาผ่านออนไลน์ โรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น สอนภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษและภาษาจีน ตั้งแต่ ป.1 ใช้ครูต่างประเทศสอนเสริมร่วมกับครูไทย ทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ และ มีศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ให้ครบทุกจังหวัด
************************************
พรรคภูมิใจไทย

1.พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท
2.ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท
3.รับสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ราคา 6,000 บาท ผ่อนจ่ายเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 งวด
4.เกษตรร่ำรวย” ด้วย Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน
5.เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ
***********************************
พรรคก้าวไกล

1.เพิ่มเงินผู้สูงวัยให้เป็นอัตราเดียวแบบถ้วนหน้า เดือนละ 3,000 บาท ภายใน 4 ปี
2.บ้านตั้งตัว 350,000 หลัง รัฐช่วยผ่อน สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก จำนวน 100,000 ราย ในอัตรา 2,500 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 30 ปี สำหรับบ้าน-ที่พักอาศัยราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท และช่วยค่าเช่าบ้าน-ห้องพัก จำนวน 250,000 ราย ในอัตรา 1,000 บาท/เดือน สำหรับบ้านเช่า-ห้องเช่าที่มีราคาไม่เกิน 4,000 บาท/เดือน
3.รถเมล์และรถไฟฟ้า 8-45 บาทตลอดสาย ใช้บัตรใบเดียว ครอบคลุมทั้ง กทม.
4.เพิ่มเน็ตให้ประชาชนใช้งานได้คนละ 1 GB ต่อเดือน โดยการลงทะเบียนกดรับสิทธิผ่านมือถือ
5.จัดสรรเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ 10,000 บาท จากระบบประกันสังคมแบบถ้วนหน้า ที่รัฐบาลจะร่วมสมทบให้กับประชาชนทุกคน
6.อุดหนุนงบประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันในการเกิดการลงทุนเดินรถเมล์ไฟฟ้า ในทุกเมือง ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ และทำให้ค่าโดยสารรถเมล์อยู่ในราคาที่เหมาะสม ไม่เป็นไปภาระกับประชาชนเกินควร
7.เพิ่มงบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวน 4,000 ล้านบาท เพิ่มงบรายหัวนักเรียนในส่วนของค่าอาหาร ตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยมปลาย (รวมถึง ปวช.) เฉลี่ยประมาณ 500 บาท/เดือน
เพิ่มงบรายหัวนักเรียนในส่วนของค่าเดินทาง ระดับประถม 200 บาท/เดือน ระดับมัธยม 300 บาท/เดือน คูปองเปิดโลกเรียนรู้นอกห้องเรียน สูงสุด 2,000 บาทต่อปี โดย แจกคูปองพัฒนาการเรียนรู้ตามช่วงวัยให้กับเด็กอายุ 7-18 ปี เพื่อใช้สำหรับการเรียนรู้-ฝึกฝนทักษะเพิ่มเติมภายนอกโรงเรียน ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ แบ่งเป็นระดับประถมปีละ 1,000 บาทต่อปี ระดับมัธยมปีละ 1,500 บาทต่อปี ระดับอุดมศึกษาปีละ 2,000 บาทต่อปี
8.ผ้าอนามัยไม่เก็บ VAT แจกฟรีในโรงเรียน
9.สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้
10.ศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน-เด็กก่อนวัยเรียนใกล้บ้าน ห้องปั๊มนมในที่ทำงาน
11.ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี เริ่มทันทีวันละ 450 บาท
12.ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ หากเกิน ต้องได้ OT
**************************
พรรครวมไทยสร้างชาติ
.jpg)
1. เพิ่มสิทธิ บัตรสวัสดิการพลัส เป็น 1000 บาท/เดือน และ สิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท/คน
2. ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท
3. คืน 30% เงินสะสมชราภาพ ให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33
4.โครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน ภาค 2
5.ให้ทุนเรียนวิชาชีพ อำเภอละ 100 ทุน มีสถาบันกำเนิดศิลป์ ปั้นศิลปินไทยสู่เวทีโลก
6.ตั้งกองทุนพยุงราคาสินค้าเกษตร ราคาข้าว ราคายาง เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียน
7.เพิ่มเงินสนับสนุนต้นทุนปลูกข้าว จากที่เคยได้ไร่ละ 700 บาท เป็นไร่ละ 2,000 บาท ครอบครัวละ 5 ไร่ เพื่อให้ทันกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
*************************
พรรคพลังประชารัฐ

1.บัตรประชารัฐ” เพิ่มเงินเป็น 700 บาท
2.ให้เงินผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับ 3,000 บาท 70 ปี รับ 4,000 บาท และ 80 ปีขึ้นไป รับ 5,000 บาท
3.สวัสดิการประชารัฐ ที่จะเข้าไปดูแลทารกตั้งแต่ในครรภ์ ด้วยมารดาประชารัฐ ฝากครรภ์ จนคลอด แบ่งตามช่วยวัยดังนี้ อายุ 0-6 ปี จะได้รับการดูแลโภชนาการอาหารครบถ้วน ตามพัฒนาการของวัย เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
อายุ 7-18 ปี จะได้รับสวัสดิการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และจัดสรรโครงการอาหารกลางวันฟรี อายุ 18-40 ปี จะมีสวัสดิการคุ้มครองแรงงานทั้งใน-นอกระบบ และ สวัสดิการเรียนรู้ทักษะเพื่อประกอบอาชีพ
4.นโยบาย “ดูแลทุกช่วงวัย แม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ” ซึ่งเป็นอีก 1 นโยบายที่ต้องการดูแลสตรีทั้งประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 34 ล้านคน มากกว่าเพศชาย โดยได้วางนโยบายเข้าไปดูแลสตรีขณะตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4 และในเดือนที่ 9 ที่คลอดบุตรออกมา จะสนับสนุนเงินให้เดือนละ 10,000 บาท 5 เดือน เริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 4 เดือน จนถึง 9 เดือน นอกจากนี้ จะช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงบุตร 3,000 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 ปี
**************************
พรรคประชาธิปัตย์

1.ชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าว มีอยู่ประมาณ 4.7 - 4.8 ล้านครัวเรือน
2.ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท
3.ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน-ชุมชน ปัจจุบันประเทศไทยมีชมรมผู้สูงอายุที่จดทะเบียนอยู่ประมาณ 30,000 ชมรม
4.ปลดล็อค กบข. กองทุกเลี้ยงชีพให้ซื้อบ้านได้ สมาชิกทั้ง 2 กองทุนสามารถนำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อบ้าน หรือนำมาลดหนี้บ้าน ซึ่งจะช่วยทั้งข้าราชการและผู้ที่ทำประกันสังคม รวมไปถึงผู้ใช้แรงงาน
5.อินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน ซึ่งทุกหมู่บ้าน หมายถึงชุมชนในเขตเมือง เขตเทศบาล เขตหน่วยการปกครองท้องถิ่น รวมทั้งในพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานครด้วย
6.เรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ จากการสำรวจของ อว. พบว่ามีสาขาที่ตลาดต้องการ มีอยู่อย่างน้อยจำนวน 1.8 แสนคน ประมาณ 12 สาขาสำคัญ
7.ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน
8.ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี ใช้บัตรประชาชนใบเดียว
9.SME ต้องมีแต้มต่อ 3 แสนล้าน ตั้งกองทุน 300,000 ล้านบาท เพื่อให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน แหล่งทุน สำหรับนำมาขยายกิจการ
10.ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี ให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และอยู่ในที่รกร้างว่างเปล่า
11.ประมงท้องถิ่นรับ 100,000 บาททุกปี ประมงท้องถิ่นทั้ง 2,800 กลุ่ม จะได้รับจัดสรรงบประมาณ กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปี ทุกกลุ่ม เพื่อพัฒนาศักยภาพ ให้มีความเข้มแข็งในตัวเอง หล
12.ค่าตอบแทน อกม. 1,000 บาท/เดือน ให้กระทรวงเกษตรฯ มี “อาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน” ไปช่วยดูข้อมูล และประสานงานในระดับหมู่บ้าน และครัวเรือนที่ทำการเกษตร
**************************
พรรคไทยสร้างไทย

1.บำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท
2.หวยบำเหน็จ ซื้อหวยได้เงินคืนทุกบาท เก็บเงินหวยไว้ใช้ในวันเกษียร
3.เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ไม่เป็นหนี้ กยศ.
4.30 บาทพลัส ยกระดับรักษาทุกโรค
5.พนักงานบริษัท ที่มีรายได้ ไม่เกิน 40,000 บาทต่อเดือน หรือมีรายได้สุทธิต่อปี 300,000 บาทลงมา ไม่ต้องเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา
6.งดการเก็บภาษีผู้ประกอบการ SMEs เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากช่วงวิกฤตโควิด
7.เเก้หนี้ เติมทุน ให้SMEs และStart up ด้วย”กองทุนสร้างไทย” เพื่อSMEs และ Start up จำนวน 300,000 ล้านบาท
8.การพักใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับใบอนุญาต ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนคนตัวเล็ก ประมาณ 1,400 ฉบับ เช่นใบอนุญาตอย.
9.บัตรเครดิตประชาชน เพื่อช่วยลดภาระหนี้สินครัวเรือน ล้างหนี้นอกระบบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเงินทุนที่จะตั้งตัวได้ โดยให้ประชาชน กู้ได้ตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 1% ต่อเดือน ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ใช้ความซื่อสัตย์เป็นเครดิตตัวเองค้ำ ติดเครดิตบูโรก็กู้ได้
10.พักหนี้เสีย ให้ธุรกิจSMEsที่ได้รับผลกระทบโควิดไว้ 3 ปี ปรับโครงสร้างหนี้ และงดจ่ายดอกเบี้ย 2 ปี
*****************************
พรรคเสรีรวมไทย

1.การจัดที่ดินอยู่อาศัยทำกินให้ประชาชน
2.บัตรประชาชนใบเดียว รักษาฟรีทั่วไทย
3.เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี และยกเลิกหนี้ กยศ. พร้อมสนับสนุนภาคการศึกษาจ่ายตรงให้มหาวิทยาลัย 25,000 บาท ปีละ 2 การศึกษา เป็นเงิน 50,000 บาท ต่อคนต่อปี
4.บำนาญประชาชน 3,000 บาทต่อเดือน
5.เบี้ยผู้พิการ 3,000 บาทต่อเดือน
6.น้ำมัน ไฟฟ้า ราคาถูก สำหรับประชาชน เช่น การทวงคืน ปตท.ให้กลับมาเป็นของประชาชน