Macklemore กับจุดยืน Free Palestine ดาบสองคมที่ได้ทั้งเสียงชื่นชม และกระแสเรียกร้องให้ถอนตัวจากทัวร์ Ed Sheeran

Macklemore กับจุดยืน Free Palestine ดาบสองคมที่ได้ทั้งเสียงชื่นชม และกระแสเรียกร้องให้ถอนตัวจากทัวร์ Ed Sheeran

การออกมาเรียกร้องสิทธิให้กับชาวปาเลสไตน์ของ Macklemore กลางสนามกีฬา MetLife รัฐนิวเจอร์ซี ดูเหมือนจะกลายเป็นดาบสองคม เพราะแม้จะได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่เห็นด้วย แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับนำไปสู่กระแสเรียกร้องให้เขาถูกถอดออกจากการทัวร์คอนเสิร์ต Loop Tour ร่วมกับ Ed Sheeran

Macklemore ใช้ช่วงหนึ่งของโชว์เปิดคอนเสิร์ตให้กับ Ed Sheeran พูดถึงสถานการณ์ของชาวปาเลสไตน์ โดยคำพูดบางส่วนของเขาถูกเผยแพร่ต่อบนโลกออนไลน์ ซึ่งเขากล่าวว่า

“ความจริงก็คือ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมอยากออกทัวร์ครั้งนี้ตั้งแต่แรก ก็เพราะผมอยากยืนอยู่ในสนามกีฬาขนาดใหญ่แบบนี้ และพูดสองคำที่มีความหมายกับผมมากและอยู่ใกล้หัวใจของผมมาก นั่นคือ ‘ปลดปล่อยปาเลสไตน์’”

คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดกระแสตอบรับทั้งสองด้าน ฝั่งหนึ่งชื่นชมที่ Macklemore กล้าใช้เวทีขนาดใหญ่เพื่อพูดถึงสิทธิและความเท่าเทียมของมนุษย์ ขณะที่อีกฝั่งมองว่าเวทีคอนเสิร์ตไม่ควรถูกใช้เพื่อสื่อสารประเด็นทางการเมือง

กระแสวิจารณ์ลุกลามไปถึง สภาชาวอิสราเอลอเมริกัน ซึ่งออกมาเรียกร้องให้ถอดชื่อ Macklemore ออกจากการแสดงในทัวร์คอนเสิร์ตที่เหลือ พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้เวทีคอนเสิร์ตระดับโลกเพื่อผลักดันวาระทางการเมือง

"นี่คือคอนเสิร์ตของ Ed Sheeran ไม่ใช่เวทีปราศรัยทางการเมือง ไม่ใช่การประท้วง และไม่ใช่งานของนักเคลื่อนไหว ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า Macklemore มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือไม่ แต่คำถามคือ เราควรขีดเส้นแบ่งไว้ตรงไหน เมื่อศิลปินที่มาแสดงเปิดเวทีใช้พื้นที่ของคอนเสิร์ตระดับโลกเพื่อผลักดันวาระทางการเมืองที่นำเสนอเพียงด้านเดียว" ส่วนหนึ่งของคำเรียกร้องระบุ

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Macklemore ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชาวยิว เพราะเขาเคยเผชิญกระแสกล่าวหาว่าใช้ภาพลักษณ์ที่เข้าข่ายต่อต้านชาวยิวมาตั้งแต่ปี 2014

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2014 Macklemore ขึ้นแสดงที่เมืองซีแอตเทิล พร้อมแต่งกายด้วยวิกผมสีดำ หนวดและเคราปลอม รวมถึงจมูกขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้ชมบางส่วนมองว่า เครื่องแต่งกายดังกล่าวเป็นการล้อเลียนภาพจำเกี่ยวกับชาวยิว และตั้งคำถามว่าเข้าข่ายการสร้างภาพเหมารวมต่อต้านชาวยิวหรือไม่

หลังเกิดกระแสวิจารณ์ Macklemore ออกมาชี้แจงว่า เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะแต่งกายเพื่อเยาะเย้ยหรือล้อเลียนชาวยิว พร้อมกล่าวขอโทษหากการกระทำดังกล่าวทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ

จากนั้นประเด็นดังกล่าวเงียบลง ก่อนที่ชื่อของ Macklemore จะกลับมาอยู่ในบทสนทนาเรื่องอิสราเอลและปาเลสไตน์อีกครั้งในช่วงปี 2023 หลังสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสปะทุขึ้น และเขาเริ่มออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์อย่างชัดเจนมากขึ้น

จุดยืนดังกล่าวยิ่งเห็นได้ชัดในปี 2024 เมื่อ Macklemore ปล่อยเพลง "Hind’s Hall" ซึ่งมีเนื้อหาสนับสนุนปาเลสไตน์และวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ในกาซา เพลงได้รับเสียงสนับสนุนจากฝ่ายที่สนับสนุนปาเลสไตน์ ขณะเดียวกันก็ถูกวิจารณ์จากอีกฝ่ายว่าเนื้อหาบางส่วนมีลักษณะที่อาจเข้าข่ายต่อต้านชาวยิว

แล้วอะไรทำให้ Macklemore สนใจเรื่องนี้มากขนาดนี้

ตัวเขาเคยเล่าว่า หลังจากสถานการณ์ในกาซารุนแรงขึ้น เขาเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปาเลสไตน์มากขึ้น ทั้งประวัติศาสตร์ การพลัดถิ่น และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกาซา ยิ่งศึกษา เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แม้ตัวเขาจะไม่ได้มีเชื้อสายหรือความเกี่ยวข้องส่วนตัวกับปาเลสไตน์ก็ตาม

จุดยืนดังกล่าวก็สอดคล้องกับภาพของ Macklemore ในฐานะศิลปินที่มักนำประเด็นทางสังคมเข้ามาอยู่ในผลงานของตัวเอง

สำหรับ Macklemore หรือ เบน แฮกเกอร์ตี (Ben Haggerty) เป็นแรปเปอร์ชาวอเมริกันจากเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน เริ่มทำเพลงมาตั้งแต่ช่วงต้นยุค 2000 และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากเพลงอย่าง Thrift Shop, Can't Hold Us และ Same Love ซึ่งเพลงหลังพูดถึงความเท่าเทียมทางความรัก

ก่อนที่เขาและ Ryan Lewis จะคว้ารางวัล Grammy Awards จากผลงาน The Heist และเพลงต่างๆ ในอัลบั้ม จนกลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จจากเส้นทางเพลงอินดี้ และมีชื่อเสียงจากการใช้ดนตรีพูดถึงประเด็นทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมสำหรับ Macklemore แล้ว การพูดคำว่า "Free Palestine" บนเวทีคอนเสิร์ต จึงไม่ใช่แค่ประโยคหนึ่งที่พูดออกมา แต่เป็นจุดยืนที่เขาเลือกจะแสดงออกต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก แม้จะรู้ดีว่ามันอาจนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์ตามมาก็ตาม

 

SOURCE : 

TAGS: #Macklemore #Loop #EdSheeran