5 เรื่องราวเบื้องหลัง "Zombie" บทเพลงอมตะที่ "น้องเนเน่" เลือกโชว์บนเวทีโลก

5 เรื่องราวเบื้องหลัง

In your head... ท่อนร้องที่หลายคนยังร้องตามได้ทันที และล่าสุดก็ได้กลายเป็นเสียงเพลงที่ดังก้องออกมาจากหัวใจของ "น้องเนเน่" สาวไทยวัย 16 ปี ที่เลือกปลดปล่อยพลังซอมบี้บนเวที America's Got Talent ผ่านเพลง "Zombie" เพลงร็อกอมตะที่ฆ่าไม่ตาย สมชื่อ

เพราะแม้เวลาจะผ่านมานาน 32 ปีแล้ว แต่หลายคนก็ยังเปิดฟังหรือนำมาร้องคัฟเวอร์อยู่เสมอ

Zombie เป็นเพลงของวงอัลเทอร์เนทีฟร็อก สัญชาติไอริช The Cranberries ถูกปล่อยออกมาในปี 1994 เบื้องหลังเพลงร็อกจังหวะหนักหน่วงนี้ ไม่ใช่เพลงแนวสยองขวัญเกี่ยวกับผีดิบ แต่เป็นเพลง "ประท้วง" และ "ต่อต้านความรุนแรงทางการเมือง" หลังจากเกิดเหตุระเบิดในเมืองวอร์ริงตัน ประเทศอังกฤษ ที่พรากชีวิตเด็กชายไปถึง 2 คน จนได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมอันแสนเจ็บปวด

แม้เนื้อเพลงจะร้องว่า Zombie แต่ "โดโลเรส โอริออร์แดน" นักร้องนำของวง ไม่ได้ต้องการสื่อสารตรงตัวขนาดนั้น แต่เธอต้องการเปรียบเปรย ความเชื่อ ความรุนแรงในอดีตที่ครอบงำกลุ่มคน จนสามารถลงมือเข่นข่าผู้บริสุทธิ์ได้อย่างเลือดเย็น อย่างไม่จบไม่สิ้น 

นอกจากความหมายและแรงบันดาลของเพลงแล้ว ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน 

ยอมปฏิเสธเงิน 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อคงความดิบของเพลง 

มีเรื่องเล่าที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอว่า อดีตผู้จัดการวง The Cranberries เคยอ้างว่า Island Records เสนอเงินถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ โดโลเรส หันไปผลักดันเพลงอื่นแทน เพราะมองว่า Zombie มีเนื้อหาการเมืองที่อ่อนไหวเกินไป แต่เธอยืนยันจะปล่อยเพลงนี้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม เรื่องเช็ค 1 ล้านดอลลาร์นี้เป็นเพียงคำบอกเล่าของอดีตผู้จัดการวง และไม่เคยได้รับการยืนยันจากค่ายเพลงหรือโดโลเรส เอง 

การทาตัวสีทอง และ คลิปที่ถ่ายในพื้นที่จริง 

มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ ถ่ายทำโดย "ซามูเอล บาเยอร์" เขาเป็นผู้กำกับคนเดียวกับที่กำกับเพลง Smell Like Teen Spirit จาก Nirvana โดยหนึ่งในฉากที่โดดเด่นที่สุด คือ ฉากที่โดโลเรส ทาตัวสีทอง ยืนอยู่หน้าไม้กางเขน และห้อมล้อมด้วยเด็กชาย 9 คน ที่เคลือบตัวด้วยสีเงิน ซึ่งถูกตีความว่า เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง

ในมิวสิกวิดีโอยังมีภาพชีวิตจริงบนท้องถนนของไอร์แลนด์เหนือ ทั้งทหารลาดตระเวนและเด็กๆ ที่กำลังใช้ชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศของความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

จากเสียงฮัมเพลงและกีตาร์โปร่ง ในอพาร์ทเมนต์ 

โดโลเรส แต่งเพลงนี้ขึ้นจากกีตาร์โปร่งตัวเดียว ขณะที่เธออยู่คนเดียวในอพาร์ทเมนต์ที่กรุงลอนดอน ก่อนจะกลายมาเป็นเวอร์ชั่นกีตาร์ไฟฟ้าสุดดุดันให้ทุกคนได้ยิน หลังจากที่เธอได้นำเดโมเพลงนี้ไปเสนอเพื่อนๆ ในวง และให้สมาชิกช่วยกันเรียบเรียง ใส่เสียงกลอง เสียงกีตาร์ จนลงตัว 

เสียงสะอึกสะอื้นอันเป็นเอกลักษณ์

เสียงเอื้อนคล้ายสะอึกสะอื้นและการไล่ระดับเสียงของโดโลเรส กลายเป็นลายเซ็นที่แฟนเพลงจดจำได้ทันที โดยสไตล์การร้องของเธอได้รับอิทธิพลจากการร้องเพลงพื้นบ้านแบบไอริช (Irish folk) ก่อนจะนำมาผสมกับดนตรีร็อก จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่แทบไม่มีใครเหมือน

ถูกแบนออกอากาศ

เมื่อเพลง Zombie ถูกใจแฟนเพลง แต่ไม่ถูกใจสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษที่สั่งแบนมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ หลังจากถูกปล่อยออกไป โดยให้เหตุผลว่า ภาพมีความรุนแรงและดูไม่เหมาะสมเท่าไร ทั้งภาพเด็ก ภาพถือปืนของทหารลาดตระเวน ทำให้วงต้องปรับเปลี่ยนเลือกฉากเหล่านั้นออก และเพิ่มภาพการแสดงสดมาฉายแทนเพื่อให้สามารถออกอากาศทางโทรทัศน์ได้ 

เสียงจาก Zombie ยิ่งตอกย้ำว่า บางครั้งเสียงเพลงก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงความบันเทิงเท่านั้น เพราะเพลงหนึ่งเพลงสามารถสะท้อนความคิด ตั้งคำถามความรุนแรง หรือสื่อสารความจริงบางอย่าง ผ่านท่วงทำนอง ในวันที่โลกไม่สามารถพูดความจริง แบบตรงๆ ได้ 

SOURCE : https://es.rollingstone.com/asi-fueron-los-ultimos-dias-de-dolores-oriordan-vocalista-de-the-cranberries/

 

TAGS: #Zombie #NeneRoyal