"มัมมี่" เวอร์ชันใหม่ของ Lee Cronin's The Mummy ไม่ได้มาแค่หลอน แต่ยังกวาดรายได้คุ้มทุนในสัปดาห์แรก พร้อมกระแสปากต่อปากที่ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้น่าจับตามองมากขึ้น
กระแสความสยองของ "มัมมี่" ในปี 2026 ถูกยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนใน Lee Cronin's The Mummy เมื่อหนังสามารถลบภาพจำเดิมๆ และตีความใหม่จนเกิดกระแสปากต่อปาก หลายฉากสร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ชม พร้อมยังพิสูจน์ตัวเองด้วยผลตอบรับจากการทำเงินบน Box Office ได้ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์หลังเข้าฉาย
ในแง่ตัวเลข รายได้ล่าสุด (23 เมษายน 2026) ถือว่าเปิดตัวสัปดาห์แรกเกินความคาดหมาย สำหรับหนังที่นำตำนาน The Mummy มาตีความใหม่ที่ฉีกไปจากเดิมในรูปแบบสยองขวัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากงบสร้างเพียง 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หนังทำรายได้ในอเมริการาว 16.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดต่างประเทศทำเพิ่มอีก 20.9 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้รวมทั่วโลกขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 37.1 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ จากการประเมินโดยกระแสรายได้ที่ว่า คาดว่าภาพยนตร์มีแนวโน้มจะทำกำไรเมื่อจบโปรแกรมการฉาย
เมื่อเทียบกับทุนสร้าง ตัวเลขนี้สะท้อนว่า หนังจะสามารถแตะจุดคุ้มทุนได้อย่างรวดเร็ว หากยังคงสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องจากผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมาก หากภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านี้ทางผู้กำกับ Lee Cronin ได้เคยให้สัมภาษณ์กับทาง Variety ว่า หากภาพยนตร์ได้รับเสียงตอบรับผู้ชมที่มากเพียงพอ เขาก็เตรียมพร้อมที่จะสร้างภาคต่อของ The Mummy เพื่อสานต่อเรื่องราวของจักรวาลนี้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม กระแสวิจารณ์กลับออกมาในลักษณะสองขั้ว โดยเฉพาะบน Rotten Tomatoes ที่คะแนนฝั่งนักวิจารณ์อยู่ราว 46% ขณะที่คะแนนผู้ชมกลับสวนทาง พุ่งขึ้นไปประมาณ 76-82% สะท้อนให้เห็นชัดว่า หนังเวอร์ชันนี้ถูกใจคอหนังสยองขวัญ แต่ยังไม่สามารถชนะใจนักวิจารณ์ได้ทั้งหมด
โดยรวมแล้ว แม้จะไม่ใช่หนังที่ครองกระแสแบบถล่มทลาย แต่ Lee Cronin's The Mummy กำลังเดินเกมในแบบที่หนังสยองขวัญยุคใหม่ควรเป็น คือใช้ทุนไม่สูง แต่สร้างผลตอบแทนได้จริง พร้อมกับสร้างเอกลักษณ์ให้คนพูดถึง ซึ่งอาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญ หากกระแสปากต่อปากยังคงเดินหน้าต่อไปในระยะยาว
SOURCE :