หลังจากปีที่ลิซ่าทำให้โลกทั้งใบจำชื่อ Victoria’s Secret ได้อีกครั้ง ปี 2025 แบรนด์แฟชั่นโชว์ระดับตำนานกลับถูกตั้งคำถามว่า “ยังปังอยู่ไหม” เมื่อการพา K-Pop กลับมาอาจไม่ใช่คำตอบสำเร็จ โลกแฟชั่นกำลังเร
ในโลกของแฟชั่น มีไม่กี่เวทีที่เปล่งประกายเทียบเท่า Victoria’s Secret สัญลักษณ์แห่ง Glamour, Fantasy, และ Feminine Power ที่เคยครองใจผู้ชมทั่วโลก ก่อนจะหายไปเกือบห้าปีเต็ม หลังเผชิญแรงกดดันจากกระแสสังคมและการตั้งคำถามเรื่องภาพแทนของผู้หญิง ในยุคใหม่
แต่ปี 2024 คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อชื่อของ Lisa BLACKPINK ถูกประกาศบนเวทีนี้ เธอคือศิลปินหญิงเอเชียคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงในโชว์ระดับตำนาน และเธอก็ทำให้โลกทั้งใบต้องจำ
หากใครยังจำได้ ลิซ่าขึ้นมาพร้อมพลังที่ทั้งร้อนแรงและสง่างาม เพลง “Rockstar” และ “Moonlit Floor” กลายเป็นโมเมนต์ไวรัลระดับโลกในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แฮชแท็ก #LISAxVictoriasSecret พุ่งขึ้นเทรนด์อันดับต้น ๆ ทุกแพลตฟอร์ม โพสต์เดียวของเธอสร้างมูลค่าสื่อกว่า 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดในงานนั้น และมากพอจะทำให้แบรนด์ที่เคยหล่นจากเวทีโลกกลับมาอยู่ในวงสนทนาอีกครั้ง

สิ่งที่ลิซ่าทำ ไม่ใช่แค่การขึ้นโชว์ แต่คือการ Transcend พรมแดนของ K-Pop เธอไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของเกาหลี แต่เป็น Global Performer ที่มีอิทธิพลในเชิงวัฒนธรรมระดับโลก การกลับมาของ Victoria’s Secret ในปีนั้นจึงไม่ใช่เพียงการปลุกตำนานแฟชั่นโชว์ แต่คือการฟื้นความเชื่อมั่นของแบรนด์ ที่เคยถูกตั้งคำถามว่า โลกยังต้องการมันอยู่ไหม
เมื่อเข้าสู่ปี 2025 Victoria’s Secret กลับมาพร้อมความคาดหวังมหาศาล แต่เสียงตอบรับกลับเงียบกว่าที่คิด หลายคนพูดตรงกันว่าโชว์ดูธรรมดา แฟชั่นสวย โปรดักชัjนยังดี แต่ขาดพลังบางอย่างที่เคยทำให้ผู้ชมตื่นเต้น

แบรนด์พยายามพา K-Pop กลับมาอีกครั้งในปีนี้ แต่มันกลับไม่จุดไฟแบบเดิม เพราะความสำเร็จของปีที่แล้วไม่ได้เกิดจากกระแสเพลงเกาหลี แต่มาจากพลังเฉพาะตัวของลิซ่า
ปีนี้จึงกลายเป็นเหมือนบทเรียนว่าการพึ่งพา K-Pop ไม่ได้เป็นคำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกเวทีอีกต่อไป โลกแฟชั่นต้องการสิ่งที่ Authentic กว่านั้น ไม่ใช่เพียงเสียงดนตรีหรือชื่อประเทศต้นทาง แต่คือความจริงใจ ความสดใหม่ และความหมายที่เชื่อมโยงกับผู้หญิงในยุคปัจจุบัน
ในอีกมุมหนึ่ง บางเสียงก็ยอมรับว่า Victoria’s Secret กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากที่สุด เพราะกำลังพยายามสร้างตัวตนใหม่ ให้แบรนด์ในยุคที่ความงามไม่จำกัดกรอบ และคำว่า Sexy ไม่ได้แปลแบบเดิมอีกต่อไป

การมุ่งสู่แนวคิด Real Women, Real Beauty คือก้าวที่ถูกต้อง เพียงแต่ยังต้องใช้เวลาในการหาสมดุลระหว่าง “แฟชั่นโชว์” กับ “ข้อความ” ที่อยากสื่อออกไป เพราะสุดท้าย แสงไฟบนรันเวย์ไม่จำเป็นต้องจ้าเท่าปีที่แล้วเพื่อจะเปล่งประกายได้ หากแบรนด์ยังกล้าที่จะเปลี่ยน และจริงใจต่อสิ่งที่ตัวเองยืนอยู่