นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า ปี 2569 บลจ. ทิสโก้ตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) เติบโต 6-8% หรือมี AUM แตะ 4.7 แสนล้านบาท โดยในธุรกิจกองทุนรวมยังคงมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนผู้สนับสนุนการขาย และช่องทางออนไลน์ ผ่านการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
รวมถึงการนำเสนอกองทุน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ กองทุนที่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยต่ำ และกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมเด่นในกระแสโลก เช่น กองทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI Revolution) กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโลก (Global Defense Tech) และกองทุนที่สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน (Resilience)
นอกจากนี้ บลจ. ทิสโก้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศมีความผันผวน ผ่านการออกกองทุนทริกเกอร์ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ รวมถึงกองทุนทริกเกอร์ในรูปแบบธีมฟันด์ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นกลุ่มกองทุนที่ช่วยจับจังหวะสร้างผลตอบแทนระยะสั้นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี สะท้อนจากในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนทริกเกอร์ทั้งหมด 4 กองทุน สามารถบริหารได้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุดคือภายใน 25 วัน
ทั้งนี้ ณ วันที่ 28 มกราคม 2569 บลจ. ทิสโก้ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์มาแล้วทั้งหมด 156 กองทุน (ถึงเป้าหมายในระยะเวลา 92 กองทุน และถึงเป้าหมายนอกระยะเวลาลงทุน 34 กองทุน) มีกองทุนที่อยู่ระหว่างลงทุน 0 กองทุน (ยังไม่ถึงเป้าหมายและเกินกว่ากำหนดเวลาลงทุน 10 กองทุน) และกองทุนไม่ถึงเป้าหมายและเลิกกองทุนแล้ว 20 กองทุน
อย่างไรก็ดีในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งธุรกิจกองทุนรวมและธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จนทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) ของ บลจ. ทิสโก้เติบโต 10.15% มาอยู่ที่ 448,087 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากการบริหารผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดี ทำให้ได้รับโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา และยังได้รับแรงหนุนจากสมาชิกที่มีความเข้าใจด้านการลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้สมาชิกฯ ปรับพอร์ตและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ จากเดิมที่เน้นตราสารหนี้และหุ้นไทยเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น และช่วยผลักดัน AUM รวมให้เติบโตตามไปด้วย
นอกจากนี้ ธุรกิจกองทุนรวม (Mutual Fund) ยังเติบโตอย่างโดดเด่นจากตัวแทนผู้สนับสนุนการขายเลือกกองทุนรวมของ บลจ. ทิสโก้เป็นกองทุนแนะนำ ประกอบกับในปี 2568 บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่จำนวน 9 กองทุน (ไม่นับรวมกองทุนทริกเกอร์) ทำให้ AUM ของธุรกิจ Mutual Fund ปี 2568 โต 17.98% มาอยู่ที่ 68,412 ล้านบาท เติบโตกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า
นายสาห์รัช กล่าวอีกว่า แม้ว่าในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับปรับลดลง สวนทางกับตลาดหุ้นโลก แต่บลจ.ทิสโก้ยังสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย เห็นได้จากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD – A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องซึ่งอยู่ในดัชนี SET HD 30 Total Return Index โดยใช้นโยบายการลงทุนแบบเชิงรุก ข้อมูลจาก บลจ. ทิสโก้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุน TISCOHD – A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปีและตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 0.75% 18.90% 14.89% ต่อปี 6.08% ต่อปี 8.73% ต่อปี 8.04% ต่อปี และ 6.57% ต่อปี
ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุนคือ SET High Dividend 30 (SETHD TRI) มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 4.73% 19.94% 11.32% ต่อปี 5.78% ต่อปี 8.79% ต่อปี 7.48% ต่อปี และ 5.13% ต่อปีตามลำดับ
ด้านนางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mrs. Kaekwan Rojwattanakul Deputy Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า บลจ. ทิสโก้ ลุยให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณที่ครบถ้วนรอบด้านแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันธุรกิจ PVD ของ บลจ. ทิสโก้สร้างประวัติการณ์ใหม่โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 328,000 ล้านบาท หรือเติบโต 14.22% จากสิ้นปีก่อน และเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่โต 5.82%
ปัจจุบัน บลจ. ทิสโก้ส่วนธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีจำนวนบริษัทนายจ้างกว่า 5,900 บริษัท และมีจำนวนสมาชิกกว่า 628,000 ราย รักษาแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมกองทุน PVD ทั้งในมุม AUM สูงสุด รวมทั้งจำนวนนายจ้างและจำนวนสมาชิกมากที่สุด
สำหรับในปี 2569 บลจ. ทิสโก้ยังคงพัฒนาคุณภาพการให้บริการ โดยเฉพาะการวางแผนการเงินตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงเป้าหมาย ‘Smart Retirement สุขทุกวันยันเกษียณ’ โดยจะนำเสนอสิทธิพิเศษเพื่อการวางแผนการเงินที่ครบวงจรและตรงตามความต้องการของสมาชิกแต่ละราย พร้อมทั้งพัฒนาระบบวางแผนการเงินเฉพาะบุคคลซึ่งจะสรุปให้สมาชิกแต่ละรายเห็นว่าเงิน PVD ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งระบบจะแนะนำว่าควรต้องเพิ่มการออม ปรับแผนการลงทุน หรือเพิ่มความคุ้มครองความเสี่ยงอย่างไรจึงจะเพียงพอ
นางแขขวัญ กล่าวอีกว่า บลจ. ทิสโก้ ยังคงจัดกิจกรรม ‘ชีวิตดี๊ดี แฮปปี้ 55+’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 งานสัมมนาที่ช่วยให้สมาชิกกลุ่มใกล้เกษียณเตรียมความพร้อมทุกด้าน เพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีความสุข รวมทั้งจัดโครงการ Smart HR FINCoach ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พัฒนาความรู้ด้านการเงินสำหรับ HR และตัวแทนนายจ้างเพื่อให้ HR สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้พนักงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมอบรางวัล ‘TISCO PVD Best Employer Awards’ ให้แก่นายจ้างที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการส่งเสริมและสนับสนุนการออมเพื่อเกษียณผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการวางแผนเพื่อความมั่นคงทางการเงินของพนักงาน
นอกจากนี้ บลจ. ทิสโก้และกลุ่มทิสโก้เตรียมเปิดตัวกิจกรรมใหม่ ‘Healthcare Fair on Tour’ ต่อยอดภารกิจให้ความรู้ด้านการเงินควบคู่กับการดูแลสุขภาวะของสมาชิก โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำ เดินสายให้ความรู้ด้านสุขภาพและแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพถึงในองค์กรต่าง ๆ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวกมากขึ้น รวมทั้งการวางแผนการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ พร้อมสร้างความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพควบคู่การออมเพื่อเกษียณ ตอกย้ำความสำคัญของสุขภาพต่อการวางแผนการเงินในยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น (Longevity)