ทองคำดิ่งหนัก 15% รับข่าว “Kevin Warsh” นั่งประธานเฟด – จับตา “อินเดีย-ไทย” งัดมาตรการคุมเก็งกำไร หนุนเงินไหลเข้าหุ้นไทย
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ตลาดการเงินโลกสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญความผันผวนอย่างหนัก นำโดยราคาทองคำที่ปรับตัวลงรุนแรงถึง -9.0% ในวันศุกร์ และรวมเป็นการปรับฐานลงมาแล้วกว่า -15% จากจุดสูงสุด, สาเหตุหลักมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่พลิกกลับมาแข็งค่าและ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐฯ ที่ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.25% ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย และราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงราว -0.3%
เจาะลึก 3 ปัจจัยกดดันราคาทองคำและการแข็งค่าของดอลลาร์ ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส วิเคราะห์สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำร่วงหนักและดอลลาร์แข็งค่า ดังนี้
1. ประธานเฟดคนใหม่สายเหยี่ยว: โดนัลด์ ทรัมป์ เลือก "Kevin Warsh" เป็นประธาน FED คนใหม่ ซึ่งตลาดประเมินว่าเป็นสายเหยี่ยว (Hawk) และอาจไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Dovish) ตามที่คาดหวัง โดยในอดีต Warsh เคยคัดค้านการทำ QE ที่มากเกินจำเป็น
2. มาตรการเพิ่ม Margin: ตลาดฟิวเจอร์ส CME ปรับเพิ่มเกณฑ์หลักประกัน (Margin) จาก 6% เป็น 8% ทำให้เกิดแรงเทขายเพื่อรักษาสภาพคล่อง
3. ปัจจัยทางเทคนิคและโครงสร้างราคา: ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาเร็วกว่า 80% ใน 1 ปี จนมี Market Cap สูงผิดปกติ ประกอบกับการหลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิค (EMA 10 และ 20 วัน) กระตุ้นแรงขายซ้ำ
จับตามาตรการรัฐ “อินเดีย-ไทย” จัดระเบียบตลาดการเงิน ไฮไลท์สำคัญในสัปดาห์นี้คือความพยายามของภาครัฐในเอเชียเพื่อลดการเก็งกำไร ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทย:
• อินเดียขึ้นภาษีสกัดเก็งกำไร: รัฐบาลอินเดียประกาศขึ้นภาษีธุรกรรมหลักทรัพย์ (STT) สำหรับฟิวเจอร์สหุ้นเป็น 0.05% และออปชันเป็น 0.15% เพื่อคุมความร้อนแรงของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งอาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุน (Flow) ไหลออกและหันมามองตลาดหุ้นในกลุ่ม EM อย่างไทยมากขึ้น
• ธปท. คุมเข้มค้าทองออนไลน์: ธนาคารแห่งประเทศไทยออกเกณฑ์ใหม่เริ่ม 1 มี.ค. 2569 จำกัดวงเงินซื้อขายทองคำออนไลน์ไม่เกิน 50 ล้านบาท/คน และห้ามทำ Short Sell เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาทและรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
ความคืบหน้าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี: Alibaba รุกหนักตลาดชิป AI ในฝั่งเทคโนโลยี มีรายงานว่า Alibaba (BABA) ประสบความสำเร็จในการส่งมอบชิป AI รุ่น Zhenwu 810E ไปแล้วกว่า 100,000 ชิ้น ซึ่งมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับชิป H20 ของ NVIDIA สะท้อนความสามารถในการแข่งขันของจีน โดยบริษัทลูกอย่าง T-Head มียอดจัดส่งแซงหน้าคู่แข่งในประเทศแล้ว
กลยุทธ์การลงทุน (Synapse Strategy) จากความผันผวนที่เกิดขึ้น ฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์ ดังนี้
• พอร์ตลงทุน: แนะนำให้ถือเงินสดเพิ่มขึ้น 20-30% เพื่อลดความเสี่ยง
• หุ้นต่างประเทศ: หลีกเลี่ยงความผันผวนจากทองคำและสหรัฐฯ แนะนำเก็งกำไร Alibaba (BABA80) และ ONON03
• หุ้นไทย: แนะนำหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) และหุ้นปันผล ได้แก่ COM7, CPALL, ICHI, TRUE, PTTEP และ SIRI
ปฏิทินเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม: สัปดาห์นี้ (2-6 ก.พ. 2026) จะมีการรายงานงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนระดับโลกจำนวนมาก เช่น Alphabet, Amazon, Uber, Toyota และ Walt Disney