“บล.ทรีนีตี้” มองปี 2569 โลกเข้าสู่ “ระเบียบใหม่หลายขั้ว” ชี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,400 จุด สะท้อนการแข่งขันสหรัฐฯ - จีน ด้านเทคโนโลยี เปิดโอกาสกระแสเงินทุนโลกไหลสู่ตลาดเกิดใหม่ (EM)
ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บมจ ทรีนีตี้ วัฒนา เปิดเผยว่า สำหรับประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มฟื้นตัวปลายวัฏจักร (Late-cycle recovery) มากกว่าเป็น growth story การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นมาตรการเชิงป้องกันความเสี่ยงมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่พื้นที่นโยบายการคลังมีจำกัด ทำให้การฟื้นตัวต้องพึ่งพาการลงทุนภาคเอกชน และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีคุณภาพเป็นหลัก แม้ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจะช่วยดึงเงินทุน แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก
ในมิติการเมือง ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับระดับผลตอบแทนกับความเสี่ยงแล้วถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายมีความสำคัญมากกว่ารูปแบบของรัฐบาล สิ่งที่นักลงทุนต้องการคือ การดำเนินนโยบายได้จริง งบประมาณไม่สะดุด และไม่มีความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์แบบฉับพลัน
โดยความเสี่ยงสำคัญในปี 2569 ที่ต้องจับตา ได้แก่ ความผิดพลาดเชิงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ความผันผวนในตลาดพันธบัตร การกลับทิศของ Yen Carry Trade (ค่าเงินเยนแข็งขึ้น) ในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงแรงกระแทกจากภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อราคาพลังงาน และระบบโลจิสติกส์โลก
ทั้งนี้ ดร.วิศิษฐ์ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะปรับลดลงเป็นครั้งสุดท้ายอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1% ในช่วงกลางปี 2026 ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจจาก Earning Yield Gap ที่อยู่ในระดับสูงราว 5.9% และโครงสร้างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) ที่สะท้อนการฟื้นตัวในช่วง 6 - 12 เดือนข้างหน้า และคาดการณ์ว่าหนี้เสียในภาคธุรกิจยังคงจัดการได้ โดยมองเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,406 จุด ภายใต้สมมติฐานกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 97 บาท และ Forward P/E ที่ 14.5 เท่า ซึ่งยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นจากโมเมนตัมกำไรที่เป็นบวก
“แม้นักลงทุนต่างประเทศประเภท Active Fund มีน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยน้อยมาก แต่เราเริ่มเห็นนักลงทุนต่างประเทศกลับมาเป็นฝ่ายซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า8.8 พันล้านบาท ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน ภาพรวมยังแนะนำให้ลงทุนในรูปแบบของ Asset Allocation สินทรัพย์ที่แนะนำคือ ตลาดหุ้นไทย 15% ตลาดหุ้นเวียดนาม 10 - 15%ตลาดหุ้นประเทศที่พัฒนาแล้ว 10% ตลาดหุ้นประเทศที่กำลังพัฒนา (หุ้น Latin America, Asia, India และ Hang Seng (HSI)) 25% ตราสารหนี้ไทยและโลก 15% ทองคำ 5 - 10% เงินสด 15 - 20% และให้น้ำหนักกับกลุ่มโทรคมนาคม พลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ รวมถึงตลาดญี่ปุ่นและตลาดเกิดใหม่ที่ไม่ผูกกับจีนโดยตรง ขณะที่ลดน้ำหนักหุ้นสหรัฐในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อมูลค่า (Multiple-sensitive)” ดร.วิศิษฐ์ กล่าว
อีกทั้งมองว่าทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนโลกในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่ “ระเบียบใหม่ที่ แตกเป็นหลายขั้วเชิงโครงสร้าง และขาดเอกภาพมากขึ้น” โดยความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ได้เป็นปัจจัยชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของโลก
ภายใต้นโยบาย America First 2.0 ของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มอำนาจฝ่ายบริหาร และใช้นโยบายอุตสาหกรรม รวมถึงภาษีเป็นเป็นอาวุธ กอให้เกิดความเสียงจาก policy shock ตอการค้าโลก หวงโซ่อุปทาน และค่าเงิน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และจีนจะมีการแข่งขันกันในระยะยาวในเรื่องของ Tech A) เซมิคอนดักเตอร์ และแร่หายาก
อย่างไรก็ดี ภูมิรัฐศาสตร์ในปี 2569 ไม่ได้มีแค่เพียงด้านลบ แต่ยังเป็นการเปิด “ช่องทางการเติบโตเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับเงินทุน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี โดยภูมิภาคละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียกลาง จะกำลังกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด โลจิสติกส์ และดีดิจิทัล ภายได้แนวโน้มการกระ หวงใจอุปทานออกจากจีนในรูปแบบ Multi-hub strategy
ทั้งนี้ละตินอเมริกาได้ประโยชน์จากการ resharing ที่ใกล้สหรัฐฯ และความต้องการวัตถุดิบด้านพลังงานและโลหะ ขณะที่อาเซียนยังเป็นผู้ชนะเชิงโครงสร้าง แม้การแข่งขันภายในจะสูงขึ้น โดยเวียดนามและมาเลเซียได้อานิสงส์จาก ภาคอุตสาหกรรม ส่วนอินโดนีเซียได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่เอเชียกลางมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะศูนย์กลาง เชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน และการค้าโลจิสติกส์
อย่างไรก็ดีในปี 2569 จะเป็นช่วงปลายของการผ่อนคลายนโยบายการเงินโลก และเป็นปีของการเลือกลงทุน แบบ Rotation มากกว่าการปรับขึ้นพร้อมกันทุกสินทรัพย์เหมือนปี 2568 โดยกระแสเงินทุนโลกเริ่มไหลกลับสู่ตลาดเกิดใหม่ (EM) อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือ เสถียรภาพ ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ และฐานะดุลบัญชีที่แข็งแรง