กรุงไทย เผย เงินบาทเปิดเช้าที่ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาผลประชุมเฟดและสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากเงินบาททะลุแนวต้าน 33.85 บาท เสี่ยงอ่อนค่าทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.76-33.83 บาทต่อดอลลาร์ ตามพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ
ความหวังต่อการเจรจาลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังผู้นำระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี หารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน ช่วยหนุนราคาทองคำและจำกัดแรงกดดันต่อเงินบาท อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินยูโร ท่ามกลางความกังวลฐานะการคลังฝรั่งเศส และการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดย Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.3% S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.7% และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.8% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปเพิ่มขึ้น 0.8% ส่วนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 4.96-5.02% เพื่อรอผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผลประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงพัฒนาการทางการเมืองในยุโรปและสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาพลังงาน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
นายพูนประเมินว่า เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ 33.65-33.85 บาทต่อดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมง โดยยังมีความเสี่ยงผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า แต่หากการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้า อาจช่วยหนุนเงินบาทให้ทยอยแข็งค่า
ในระยะกลางถึงยาว Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นจากแรงหนุนของฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาดยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
ด้านเทคนิค เงินบาทมีแนวต้านที่ 33.75-33.85 บาทต่อดอลลาร์ หากอ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าว มีโอกาสทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนวโน้มระยะสั้นยังให้น้ำหนักเงินบาทอ่อนค่า จนกว่าจะกลับมาแข็งค่าผ่านระดับสำคัญได้