ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ชี้ผู้บริโภคยังกังวลค่าครองชีพ–เศรษฐกิจฟื้นช้า คาดกำลังซื้อเริ่มขยับกลาง พ.ย. รับแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัสและท่องเที่ยวปลายปี
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนจากระดับ 53.2 เป็น 52.1 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลชายปลีกในประเทศที่ปรับตัวสูงเกินระดับ 40 บาทต่อลิตร แม้ว่ารัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่องอีก 2 เดือนก็ตาม ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ ผู้บริโภคเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตว่าจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด และค่าครองชีพในอนาคตที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่เริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.1 50.1 และ 61.2 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนสิงหาคม ที่อยู่ในระดับ 46.6 50.9 และ 62.1 ตามลำดับ การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นนอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวสูง ตลอดจนสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนเช่นเดียวกัน จากระดับ 36.5 เป็น 34.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เช่นเดียวกันจากระดับ 61.4 มาอยู่ที่ระดับ 60.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน
ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง แต่คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เพิ่มเติม ตลอดจนการท่องเที่ยวที่จะกลับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวและราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา หากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงและราคาน้ำมันกลับมาลดลงต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร อีกทั้งไม่มีปัญหาน้ำท่วมเพิ่มเติม คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะกลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปีนี้