กรุงไทย เผยเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด ดันตลาดปรับมุมมองดอกเบี้ย Fed ขณะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์-แรงขายหุ้นเทคโนโลยียังเป็นปัจจัยกดดัน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 33.58 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 33.56-33.73 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทอ่อนค่าในช่วงแรกตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนกันยายนออกมาสูงกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายและบอนด์ยีลด์ย่อตัวลง ประกอบกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงที่ 33.50-33.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านสำคัญถัดไปที่ 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แรงขายหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาดการเงิน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.1% S&P 500 ลดลง 1.1% และ Nasdaq Composite ร่วง 1.9% จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและความกังวลเรื่องดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลงจากระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 5.33% มาอยู่ที่ 5.14%
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลข PPI ยอดค้าปลีก และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ตลอดจนถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed รวมถึงพัฒนาการในตะวันออกกลางและการเคลื่อนไหวของเงินเยนกับราคาทองคำ
ในระยะกลางถึงยาว สำนักวิเคราะห์ยังมองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยจนถึงครึ่งหลังของปี 2027 และทยอยปรับลดลงในระยะต่อไป ซึ่งอาจเอื้อต่อการแข็งค่าของเงินบาท ประกอบกับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงและยืดเยื้อจนราคาพลังงานปรับสูงขึ้น ความเสี่ยงที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาดก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนติดตามความผันผวนอย่างใกล้ชิด และพิจารณาใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options