IMF มองไทยได้ประโยชน์จากกระแสลงทุน AI และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ขณะที่“เอกนิติ”ชูเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยรับมือ 4 มรสุม เร่งดึงลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ ยกระดับทักษะแรงงานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ห่วงโซ่โลก
วันนี้ (15 ต.ค. 2569) ระหว่างการประชุม IMF-World Bank Group 2026 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวบนเวทีเสวนาหัวข้อ “Debate on the Global Economy: Forging Resilient and Dynamic Economies for the Future” ว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนด้าน AI และการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ขณะที่เศรษฐกิจโลกปี 2569 ยังขยายตัว 3.1% แต่แรงส่งสำคัญกระจุกอยู่ในประเทศที่เกี่ยวข้องกับ AI เพียงไม่กี่ประเทศ
นางคริสตาลินา ระบุว่า กลุ่มประเทศที่ได้รับแรงหนุนจาก AI มีทั้งสหรัฐฯ จีน อินเดีย ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักด้านเทคโนโลยี รวมถึงประเทศในห่วงโซ่อุปทานอย่างไทยและเกาหลีใต้ สะท้อนว่าไทยกำลังได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก และมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่เทคโนโลยีและ AI ระดับโลก
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปรียบประเทศไทยเหมือนเรือลำเล็ก ที่ต้องฝ่ามรสุมใหญ่ 4 ลูก ทั้งพลังงานแพง การเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน ดอกเบี้ยสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ AI โดยมรสุมลูกแรกคือราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากการที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน กระทบค่าครองชีพโดยตรง ขณะที่การเปลี่ยนภูมิเศรษฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน แม้สร้างแรงกดดันต่อบางธุรกิจ แต่ก็เปิดโอกาสให้เงินลงทุนใหม่ไหลเข้าประเทศไทย
ขณะที่มรสุมอีกด้านคือดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น แต่ไทยยังรักษาวินัยการคลังและเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีอยู่ราว 2.3% ต่ำกว่าสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปอย่างชัดเจน
ส่วนกระแส AI ซึ่งเป็นความเสี่ยงของหลายประเทศ กลับเป็นโอกาสของไทยในอีกด้าน เพราะไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน และได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ทำให้โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการรับเงินลงทุน แต่ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยกำลังใช้จังหวะการย้ายฐานและปรับห่วงโซ่อุปทาน ดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ทั้ง AI ชิป เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า โดยครึ่งปีแรกคำขอส่งเสริมการลงทุนขยายตัว 47% สะท้อนความสนใจของต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังเดินหน้าโครงการ Skill Bridge ร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยให้ทันเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเชื่อมผู้ประกอบการและธุรกิจท้องถิ่นเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ลดช่องว่างระหว่างเงินลงทุนจากต่างประเทศกับรายได้และโอกาสของคนไทย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ควบคู่กันไทยกำลังปรับกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน นายเอกนิติระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวมากกว่า 10% ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส พร้อมเปรียบการปฏิรูปครั้งนี้ว่าเป็นการ เปิดประตูให้คนไทยขึ้นรถไฟความเร็วสูงแห่งอนาคต
ทั้งนี้ ในโลกยุคดอกเบี้ยสูง พลังงานแพง และแข่งขันเทคโนโลยี จำเป็นต้องรักษาเศรษฐกิจให้มั่นคง ปกป้องกลุ่มเปราะบาง และพัฒนาทักษะประชาชน พร้อมเชิญผู้ร่วมประชุมเที่ยวและจับจ่ายในไทย เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพส่งผลถึงเศรษฐกิจไทยโดยตรง