กบน.ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด หลังราคาตลาดสิงคโปร์พุ่งแรง เพิ่มชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันฯ ภาระรายจ่ายทะยานวันละ 746 ล้านบาท ขณะที่ฐานะกองทุนฯ ติดลบกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท ขยายมาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่น
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดไว้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนอย่างหนัก ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยในวันที่ 11 กันยายน 2569 ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 191.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งขึ้นประมาณ 148 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ทั้งนี้ได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการบริหารโครงสร้างน้ำมัน โดยได้เพิ่มการชดเชยของแก๊สโซฮอล์95 และแก๊สโซฮอล์91 อีอีกลิตรละ 1.87 บาท เป็น 4.24 บาท ส่วนอี 20 ชดเชยเพิ่ม 1.66 บาทต่อลิตร เป็น 7.43 บาท ขณะที่ดีเซล เพิ่มชดเชยอีก 2.95 บาทเป็น 8.75 บาทต่อลิตร และบี 20 ชดเชยเพิ่ม 2.56 บาท เป็น 12.62 บาทต่อลิตร ส่งให้มีภาะรายจ่ายเพิ่มเป็นวันละ 746 ล้านบาท
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯมีฐานะติดลบกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มจะติดลบมากขึ้น หากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกยังผันผวนต่อเนื่อง โดยสัปดาห์หน้ากระทรวงพลังงานเตรียมพิจารณามาตราการต่าง ๆเพิ่มเติม ที่จะช่วยเหลือราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศให้กับประชาชนต่อไป เพราะขณะที่วงเงินกู้ที่ที่เตรียมไว้ 2 หมื่นล้านบาท ก็ได้ทยอยใช้จ่ายใกล้ครบวงเงินแล้ว
สำหรับมาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่น 2.40 บาทต่อลิตร ซึ่งเดิมนจะสิ้นสุดในวันที่ 15 ก.ย. นั้น ขณะนี้ ราชกิจจานุกเบกษาได้มีประกาศของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)
ขยายเวลามาตรการดังกล่าวไปจนถึง วันที่ 31 ต.ค. 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังผันผวน
อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงสุดในรอบหลายเดือนเกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและ ค่าประกันภัยเรือพุ่งสูงขึ้นทันที ประกอบกับปริมาณตึงตัวเดิมจากการจำกัดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ และแรงซื้อคืนเพื่อปิดสถานะของนักลงทุนในตลาดล่วงหน้า ยิ่งเป็นแรงเร่งให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้กบน.ยังคงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของตัวเอง และลดการพึงพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ กบน. ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ากองทุนน้ำมันฯ จะทำเต็มกำลังเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ไม่เป็นภานะค่าครองชีพของประชาชนมากจนเกินไป