สนค.ชี้ราคาน้ำมันและพลังงานผันผวนจากปมร้อนภูมิรัฐศาสตร์ กระทบต้นทุนผลิต–ขนส่ง ดันราคาวัสดุก่อนสร้างเพิ่มขึ้นมองแนวโน้ม ยังขยายตัวต่อเนื่อง รับดีมานด์ก่อสร้าง–ซ่อมแซม และการลงทุน Data Center
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 113.1 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 6.1 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคที่ยังตึงเครียด จากการที่สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียหลายแห่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่การผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าวัสดุก่อสร้างทำให้ดัชนีราคาสูงขึ้นเกือบทุกหมวด โดยมีรายละเอียดดังนี้.jpg)
ดัชนีราคาหมวดที่สูงขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 4.5 จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 9.6 จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) ปรับสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค
หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 4.0 จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น กระเบื้องยาง PVC ปูพื้น บัวเชิงผนัง PVC และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ความร้อนสูงในกระบวนการผลิต หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 1.7 จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิคทาภายนอก และสีน้ำอะคริลิคทาภายใน ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน ตัวทำละลาย)
หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 3.7 จากการสูงขึ้นของกระจกเงา อ่างล้างหน้าเซรามิก และราวแขวนผ้าติดผนัง เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 12.7 จากการสูงขึ้นของสายไฟทุกชนิด อาทิ สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามราคาทองแดงในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในระดับสูง
ส่วนหมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 15.7 จากราคายางมะตอยสูงขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค รวมทั้งวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) ปรับราคาจากต้นทุนสูงขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีราคาหมวดที่ลดลง ได้แก่ หมวดซีเมนต์ ลดลงร้อยละ 0.2 จากการลดลงของปูนซีเมนต์สำเร็จรูปและปูนซีเมนต์ผสม เนื่องจากมีการแข่งขันสูง หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 0.6 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และเหล็กตัว H เนื่องจากอุปทานเหล็กส่วนเกินจากจีนยังคงกดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศให้ปรับลดลง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากหลายปัจจัย ดังนี้ 1. ต้นทุนราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค (ตะวันออกกลาง รัสเซีย - ยูเครน) ที่ยังตึงเครียด
2. ราคาของสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น ตามราคาทองแดงในตลาดโลกสูงขึ้นจากภาวะอุปทานที่ตึงตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการหยุดดำเนินการของเหมืองทองแดงในชิลีและเปรูซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักได้ประสบภัยทางธรรมชาติ และมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3) ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างและซ่อมแซม ถนน อาคาร ที่พักอาศัยหลังเกิดภัยพิบัติ