ดันคอนเทนต์ไทยบุกตลาดลาติน เปิดเกมรุกบราซิล–เม็กซิโก

ดันคอนเทนต์ไทยบุกตลาดลาติน เปิดเกมรุกบราซิล–เม็กซิโก
‘พาณิชย์’ นำทีมผู้ประกอบการ เปิดดีลธุรกิจ 337 คู่ สร้างมูลค่าการค้ากว่า 652 ล้านบาท ชู Licensing–Distribution–Co-production ปูทางสร้างฐานแฟนและพันธมิตร ขยายคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดละตินอเมริการะยะยาว

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯเดินหน้าขยายตลาดอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่ลาตินอเมริกา โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค. -8 ส.ค.ที่ผ่านมาได้นำผู้ประกอบการไทย 15 บริษัท เข้าร่วมกิจกรรม การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ณ นครเซาเปาโล ประเทศบราซิล และกรุงเม็กซิโกซิตี้ประเทศเม็กซิโกเพื่อเปิดโอกาสทางการค้าในรูปแบบ การขายลิขสิทธิ์ (Licensing) การจัดจำหน่าย (Distribution) การร่วมผลิต (Co-production) และความร่วมมือทางธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ โดยผลการดำเนินงานเกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจรวม 337 คู่ จากผู้ซื้อและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคอนเทนต์และบันเทิง 39 บริษัท คิดเป็นมูลค่าการเจรจาการค้ารวมกว่า 19.16 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 651.54 ล้านบาท

ทั้งนี้ตลาดลาตินอเมริกาเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตสำหรับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย โดยเฉพาะบราซิลและเม็กซิโก ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีผู้บริโภคที่เปิดรับคอนเทนต์จากต่างประเทศมากขึ้น การนำผู้ประกอบการไทยเข้าพบและเจรจากับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจโดยตรงในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ และสร้างโอกาสให้คอนเทนต์ไทยสามารถต่อยอดไปสู่ทั้งการขายลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย และการร่วมผลิตในอนาคต

ขณะที่การขยายตลาดคอนเทนต์ไทยในต่างประเทศจำเป็นต้องมองมากกว่าการนำผลงานไปเสนอขาย แต่ต้องสร้างทั้งตลาด ผู้ชม และเครือข่ายพันธมิตรไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในตลาดลาตินอเมริกาที่มีความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรม การปรับเนื้อหาให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่น (Localization) เช่น การพากย์เสียงภาษาสเปน (Spanish Dubbing) และการจัดทำคำบรรยาย (Subtitling) จึงมีความสำคัญ ขณะเดียวกันการประชาสัมพันธ์และการสร้างฐานแฟนผ่านศิลปินและนักแสดงไทยก็เป็นอีกกลไกที่จะช่วยสร้างการรับรู้และนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

การดำเนินโครงการครั้งนี้เป็นการเปิดตลาดอย่างเป็นรูปธรรมใน 2 ตลาดสำคัญของลาตินอเมริกา โดยใน บราซิล เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ 147 คู่ มีมูลค่าการเจรจารวม 11.58 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 393.65 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ซื้อและผู้ประกอบการรายสำคัญในธุรกิจ การแพร่ภาพและโทรทัศน์ (Broadcasting) การให้บริการสตรีมมิ่ง (Streaming) การจัดจำหน่ายคอนเทนต์ (Content Distribution) และ การผลิต (Production) อาทิ Globo, Globoplay, SBT, Band, Telecine และบริษัทผู้ผลิตอย่าง Gullane

ขณะที่เม็กซิโก เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ 190 คู่ มีมูลค่าการเจรจารวม 7.59 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 257.89 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการสำคัญจากกลุ่ม การผลิต (Production) การจัดจำหน่าย (Distribution) การแพร่ภาพและโทรทัศน์ (Broadcasting) การให้บริการสตรีมมิ่ง (Streaming) และ สื่อ (Media) เข้าร่วม อาทิ TelevisaUnivision, Sony Pictures, Endemol และ Grupo Imagen

 

นอกจากการเจรจาธุรกิจ DITP ยังนำคณะผู้แทนไทยเข้าพบหน่วยงานและบริษัทสำคัญในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของทั้งสองประเทศ เพื่อศึกษาโครงสร้างตลาดและแสวงหาโอกาสความร่วมมือในระยะยาว โดยในบราซิลได้เข้าพบ Omelete & Co., SBT TV, Gullane และ Band TV ขณะที่เม็กซิโกได้เข้าพบ Estudios Churubusco และ IN SYNC Creative Hub เพื่อศึกษาศักยภาพด้านการผลิต การผลิตหลังการถ่ายทำ (Post-production) และ การปรับเนื้อหาให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่น (Localization) โดยเฉพาะการพากย์เสียงภาษาสเปนและการจัดทำคำบรรยาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายคอนเทนต์ไทยจากกลุ่มผู้ชมเฉพาะทางไปสู่ตลาดวงกว้างในลาตินอเมริกา

สำหรับแนวทางการขยายตลาดในระยะต่อไป บราซิลควรมุ่ง “การเจาะตลาดให้ลึกขึ้น (Market Deepening)” เน้นต่อยอดความสนใจที่มีอยู่แล้วไปสู่การซื้อขายลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย การร่วมผลิต รวมถึงการสร้างฐานแฟนผ่านกิจกรรมด้านวัฒนธรรมสมัยนิยม (Pop Culture) โดยเฉพาะงาน CCXP ขณะที่เม็กซิโกควรมุ่ง“การสร้างตลาด (Market Building)” เพื่อสร้างฐานผู้ชม ผู้ซื้อ และพันธมิตรท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาการปรับเนื้อหาเป็นภาษาสเปน (Spanish Localization) และการจัดจำหน่าย (Distribution) เพื่อให้เม็กซิโกสามารถเป็นทั้งตลาดปลายทางและฐานเชื่อมโยงคอนเทนต์ไทยไปยังประเทศที่ใช้ภาษาสเปนในลาตินอเมริกา

นอกจากนี้ DITP ได้เห็นความสำคัญของการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจและการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และฐานผู้ชมควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้า โดยมีแผนเพิ่มการนำศิลปินและนักแสดงไทยเข้าร่วมกิจกรรมในตลาดเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการนำเสนอผลงานของศิลปิน (Artist Showcase) กิจกรรมพบปะแฟนคลับ (Fan Activity) รวมถึงการเข้าร่วมงานเทศกาลไทย (Thai Festival) หรือเทศกาลภาพยนตร์ไทย (Thai Film Festival) เพื่อเชื่อมโยงการสร้างฐานแฟนกับโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับคอนเทนต์ไทยในตลาดลาติน

อเมริกา

 

TAGS: #Licensing #คอนเทนต์ไทย #ตลาดละตินอเมริกา