นายกฯ-ประธานาธิบดีเมียนมา ร่วมเปิดงาน Thailand–Myanmar Business Forum 2026 ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เร่งลงทุน พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ฟื้นเส้นทางแม่สอด–เมียวดี ลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand–Myanmar Business Forum 2026 ในหัวข้อ "New Chapter and Future of Enhancing the Thailand - Myanmar Business Partnership" ซึ่งจัดโดยสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรมิตรภาพ และสหพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของเมียนมา โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 700 คน
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้ร่วมเปิดงานกับประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมย้ำว่า ไทยและเมียนมาพร้อมก้าวสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองทั้งภายในหรือภายนอกประเทศจะเป็นเช่นไร รัฐบาลมีหน้าที่สำคัญในการดูแลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีงานทำ มีรายได้ และมีความหวังในอนาคต เศรษฐกิจต้องเดินหน้าอย่างมั่นคง
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภาคเอกชนของไทยและเมียนมาเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ผ่านการลงทุน การจ้างงาน และการสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน โดยปัจจุบันเมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ขณะที่การลงทุนของไทยในเมียนมาครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต คมนาคม โลจิสติกส์ การสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ในการหารือร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมา ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจในหลายด้านอย่างเป็นรูปธรรม ด้านการค้า ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการกลับมาเปิดใช้งานสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 เชื่อมแม่สอด–เมียวดี และพร้อมร่วมกันแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพื่อให้การค้าผ่านเส้นทางดังกล่าวสามารถกลับมาดำเนินได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็ว รวมทั้งจะพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีความพร้อม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนและส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างบรรยากาศการค้าชายแดนไทย–เมียนมาให้กลับมาคึกคักอีกครั้งภายในปีนี้
ด้านการลงทุน นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ภาคเอกชนไทยยังคงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของเมียนมา และพร้อมขยายการลงทุนในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพร่วมกัน อาทิ พลังงาน เกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างเต็มที่ ผ่านการลดอุปสรรค ลดขั้นตอน และปรับปรุงกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและขยายการลงทุนได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายจะสานต่อโครงการความร่วมมือที่มีอยู่ และเร่งรัดกระบวนการที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการส่งเสริมความเชื่อมโยง เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ รวมถึงปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น
ในช่วงเวลาที่โลกกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ ประเทศที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นประเทศที่ได้รับโอกาสก่อน หากทั้งสองประเทศได้ร่วมมือกันก็จะทำให้ทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมศักยภาพของสองฝากฝั่งได้อย่างเต็มที่ โดยภาคเอกชนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศพร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจ หอการค้า และผู้ประกอบการ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงาน Thailand–Myanmar Business Forum 2026 ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและความเปลี่ยนแปลงที่ภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศจะร่วมกันสร้าง เพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมกล่าวขอบคุณสมาคมไทย–พม่าเพื่อมิตรภาพและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ