เซ็นทรัลพัฒนาเผยความสำเร็จ Grand Grand Sale 2026 ใช้ Data Driven Marketing ดัน Spending Growth โตกว่า 30% ชี้ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อ หากได้รับข้อเสนอที่ตรงใจและคุ้มค่า
เซ็นทรัลพัฒนาเผยความสำเร็จแคมเปญ “Grand Grand Sale 2026” หลังใช้ Data Driven Marketing วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและ Customer Insight ออกแบบโปรโมชั่นให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและแบรนด์ ช่วยสร้าง Spending Growth เพิ่มขึ้นกว่า 30% พร้อมกระตุ้นการจับจ่ายและการเดินทางทั่วประเทศ สะท้อนผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อ หากได้รับข้อเสนอที่ตอบโจทย์และคุ้มค่า
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทในการขับเคลื่อนการบริโภค การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจไทย ผ่านการผสานพลังเครือข่ายศูนย์การค้าทั่วประเทศ พันธมิตรทางธุรกิจ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเผยผลสำเร็จของแคมเปญ “Grand Grand Sale 2026” ซึ่งสามารถสร้าง Spending Growth เพิ่มขึ้นกว่า 30%
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อ แต่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการ ความคุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเซ็นทรัลพัฒนาใช้ Data Analytics และ Customer Insight มาวิเคราะห์ Customer Journey และพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อนำไปออกแบบ Tailor-made Promotion ร่วมกับแบรนด์และพันธมิตร
ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนาได้พัฒนา “Grand Grand Sale” จากแคมเปญส่งเสริมการขายของภาคค้าปลีก สู่การเป็น Mid-Year Shopping Season ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้าง Mid-Year Spending Momentum กระตุ้นการจับจ่าย การเดินทาง และการท่องเที่ยวในช่วงกลางปี
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าใจผู้บริโภคและร้านค้าอย่างลึกซึ้งเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดในปัจจุบัน โดยบริษัทนำ Data และ Customer Insight มาวิเคราะห์ Customer Journey พร้อมทำงานร่วมกับแบรนด์และพันธมิตร เพื่อออกแบบโปรโมชั่นที่เหมาะกับลูกค้าและช่วงเวลาที่เหมาะสม
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด ทั้งยอดขาย การเข้าถึงลูกค้า และการเติบโตของร้านค้า ขณะที่การผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยสร้างบรรยากาศการจับจ่ายและเสริมความเชื่อมั่นให้กับภาคค้าปลีกไทย
สำหรับปีนี้ ผู้บริโภคยังตอบรับแคมเปญที่เชื่อมโยงกับ Passion และประสบการณ์มากขึ้น เซ็นทรัลพัฒนาจึงต่อยอดกระแส Sport Culture จากฟุตบอลโลก 2026 ผ่านกิจกรรมและโปรโมชั่นที่เชื่อมโยงกับการแข่งขันกีฬา รวมถึงความร่วมมือกับ “ลีน่า-หมิว” เพื่อสร้าง Engagement กับคนรุ่นใหม่ และเปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้เกิดเป็นการใช้จ่ายจริง
ด้านข้อมูลจาก Data Analytics พบว่า หมวดแฟชั่นยังเป็น Key Growth Driver จากความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำและการจัด GRAND GRAND SALE EVENT ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นและกีฬาในศูนย์การค้าทั่วประเทศ ส่งผลให้หมวดแฟชั่นเติบโตมากกว่า 15% ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะที่หมวดอาหารเติบโตมากกว่า 40% โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคกลาง จากแคมเปญ “7.7 Taste of Champion” รวมถึงการเปิดตัวร้านอาหารใหม่อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าพฤติกรรมและศักยภาพการใช้จ่ายของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคมีปัจจัยขับเคลื่อนแตกต่างกัน ทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของผู้บริโภค
เซ็นทรัลพัฒนายังสรุป 3 อินไซต์สำคัญจาก Grand Grand Sale 2026 ได้แก่
Sport Culture เปลี่ยน Global Passion เป็นกำลังซื้อ โดยนำกระแสการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาสร้าง Marketing Moment เพื่อเพิ่ม Traffic และ Spending ผ่านการรวบรวมสินค้าและคอลเลกชันจากหลากหลายแบรนด์ ควบคู่กับกิจกรรมและโปรโมชั่น เช่น “ช้อป-ลุ้น-แชมป์” “ช้อป-ชิง-แชมป์” และ “ช้อป-ทาย-แชมป์”
Thailand’s Largest Partnership Ecosystem ผ่านการผนึกกำลังของกลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมกว่า 30,000 แบรนด์ และ 13,000 ร้านค้าชั้นนำ เพื่อร่วมกันออกแบบโปรโมชั่น สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมทางการตลาด
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในแคมเปญ Amazing Thailand Grand Sale เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย รวมถึงตลาดจีนที่เริ่มทยอยฟื้นตัว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 อันดับแรกที่เข้ามาใช้บริการศูนย์การค้า Tourist Malls ได้แก่ จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์
และ ยุคของ Tailor-made Promotion แทน Mass Promotion เมื่อผู้บริโภคต้องการข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเอง เซ็นทรัลพัฒนาจึงใช้ Data Analytics และ Customer Insight วิเคราะห์ Customer Journey พฤติกรรมการใช้จ่าย และลักษณะของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อนำไปออกแบบโปรโมชั่นร่วมกับแบรนด์ในแต่ละ Touchpoint
ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ Champion Day และ Special Point สำหรับสมาชิก The 1 ที่รับคะแนนเพิ่มสูงสุด 10 เท่า รวมถึง The 1 Champion Point ที่มอบคะแนนจากการช้อปในทุก Category เพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่าย
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยผลักดัน Spending Growth ของบางแบรนด์ให้สูงสุดในรอบปี และทำให้ภาพรวมแคมเปญสร้างผลลัพธ์สูงกว่าการทำโปรโมชั่นรูปแบบเดิม สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคยุค Smart Consumer ที่ให้คุณค่ากับข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการมากกว่าการลดราคาแบบ Mass Promotion เพียงอย่างเดียว.