10 ปี Impulse Bangkok เผยข้อมูลสุขภาพคนเมือง LGBTQ+ ชูโมเดล Urban Health System เชื่อมการดูแลกาย ใจ และพฤติกรรมเสี่ยงแบบองค์รวม พร้อมถอดบทเรียนจากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร
Impulse Bangkok องค์กรคอมมูนิตี้เพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของกลุ่ม LGBTQ+ ในประเทศไทย เปิดข้อมูลการทำงานตลอด 10 ปี ระหว่างปี 2559-2569 ชี้ปัญหา “รู้แต่ไม่ตรวจ” ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าสู่ระบบสุขภาพ พร้อมเปิดข้อมูลการตรวจพบซิฟิลิสสูงกว่า HIV ผลักดันโมเดล Urban Health System เชื่อมการดูแลสุขภาพทางเพศ สุขภาพจิต และการลดอันตรายจากยาเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่เข้าถึงง่ายและไม่ตีตรา
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Impulse Bangkok จัดกิจกรรมเพื่อชุมชนแล้ว 35 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมสะสมกว่า 5,210 คน จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งเน้นการตรวจ HIV และสุขภาพทางเพศ องค์กรได้ขยายการทำงานสู่ 4 เสาหลัก ได้แก่ สุขภาพทางเพศ สุขภาพจิต การลดอันตรายจากยา และการขับเคลื่อนสังคม สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากองค์กรที่ทำงานด้าน HIV สู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลสุขภาพคนเมืองแบบองค์รวมที่มองทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และบริบทชีวิตไปพร้อมกัน
ข้อมูลสะสมตลอด 10 ปีพบว่า Impulse Bangkok ให้บริการตรวจ HIV ฟรีพร้อมให้คำปรึกษาแล้ว 1,544 ราย พบผลบวกใหม่ 102 ราย คิดเป็น 6.64% ขณะที่ผลการตรวจคัดกรองซิฟิลิสที่ดำเนินการควบคู่กับการตรวจ HIV ระหว่างปี 2563-2568 พบผลบวกสะสม 60 ราย คิดเป็น 14.93% สูงกว่าอัตราการตรวจพบ HIV ที่ 6.64% อย่างชัดเจน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การให้ความสำคัญกับ HIV เพียงโรคเดียวอาจทำให้สังคมมองข้ามโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ Impulse Bangkok จึงผลักดันแนวคิด Dual Testing หรือการตรวจ HIV และซิฟิลิสไปพร้อมกัน เพื่อปิดช่องว่างจากการตรวจเพียงโรคเดียว
รศ. ดร. สมิทธิ์ บุญชุติมา ประธาน Impulse Bangkok กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา องค์กรพบว่าการให้บริการตรวจฟรีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้คนเข้าสู่ระบบสุขภาพ เพราะอุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงบริการเท่านั้น แต่รวมถึงความกลัว ความอาย และการตีตราที่ฝังอยู่ในใจ
“รู้แต่ไม่ตรวจ” จึงกลายเป็นหนึ่งในอินไซต์สำคัญจากการทำงาน โดยคนจำนวนไม่น้อยรู้ว่าควรตรวจ แต่ยังหลีกเลี่ยงการตรวจเพราะกลัวผลตรวจ กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว หรือไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นผู้ติดเชื้อ องค์กรจึงมุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้คนรู้สึกพร้อมเปิดใจก่อนเข้าสู่ระบบสุขภาพ
Impulse Bangkok ใช้แนวคิด “Meet People Where They Are” ด้วยการนำบริการตรวจสุขภาพเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กลุ่ม LGBTQ+ ใช้ชีวิตจริง ทั้งงานปาร์ตี้ กิจกรรมกีฬา และพื้นที่ชุมชน ภายใต้แนวคิด “Party with a Purpose” ซึ่งใช้พลังของความบันเทิง ดนตรี และคอมมูนิตี้ เป็นช่องทางให้ผู้คนเข้าถึงการตรวจสุขภาพโดยไม่รู้สึกกดดันหรือถูกตัดสิน
หนึ่งในรูปแบบบริการคือ “Test for Ticket” หรือการตรวจเลือดเพื่อแลกสิทธิเข้าร่วมกิจกรรม โดยผู้เข้าร่วมสามารถตรวจผ่านหน่วยบริการที่กำหนดหรือรับการตรวจภายในงาน ทั้งนี้ ผู้จัดงานจะไม่สอบถามว่าผลตรวจเป็นบวกหรือลบ และไม่มีการแบ่งพื้นที่หรือแยกผู้เข้าร่วมตามผลตรวจ เพื่อป้องกันการตีตราซ้ำ
ด้านกระบวนการทางการแพทย์ Impulse Bangkok ประสานงานกับคลินิก โรงพยาบาล และหน่วยงานสาธารณสุขให้บุคลากรวิชาชีพดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนตรวจ การตรวจ การแจ้งผล การตรวจยืนยัน และการส่งต่อเข้าสู่การรักษา โดยการตรวจหน้างานเป็นการเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อคัดกรองเบื้องต้น หากพบปฏิกิริยา ผู้รับบริการจะได้รับการติดต่อจากคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อนัดตรวจยืนยันอีกครั้ง
องค์กรระบุว่า ผลตรวจเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลระหว่างผู้รับบริการกับบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ Impulse Bangkok ได้รับเพียงข้อมูลภาพรวม เช่น จำนวนผู้ตรวจ จำนวนผลลบ และจำนวนผลคัดกรองที่ต้องตรวจยืนยัน เพื่อใช้ประเมินผลการจัดกิจกรรมเท่านั้น
Impulse Bangkok ยังเน้นย้ำว่า ความเสี่ยงต่อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดจากพฤติกรรม ไม่ใช่อัตลักษณ์ทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การขาดความรู้ ความไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง หรือการใช้สารที่ทำให้ขาดสติ ล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ขณะที่คนทุกเพศสามารถมีความเสี่ยงได้หากไม่มีการป้องกันอย่างเหมาะสม
ในด้านการดูแลต่อเนื่อง ผู้ที่มีผลตรวจเป็นลบสามารถดูแลสุขภาพผ่านการใช้ถุงยางอนามัย การเข้าถึง PrEP และ PEP ตามความเหมาะสม ส่วนผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกควรเข้าสู่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสามารถควบคุมปริมาณไวรัสจนตรวจไม่พบ จะเข้าสู่หลักการ U=U หรือ “ตรวจไม่พบเท่ากับไม่ส่งต่อเชื้อ”
องค์กรยังมองว่าสุขภาพทางเพศไม่สามารถแยกออกจากสุขภาพจิตและบริบทชีวิตคนเมืองได้ ทั้งความเหงา ความเครียดจากการทำงาน การอยู่ห่างจากครอบครัว และการใช้สารบางชนิด ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศหรือความเสี่ยงจากการใช้สาร องค์กรจึงใช้แนวทาง Harm Reduction หรือการลดอันตราย โดยไม่ตัดสินหรือสนับสนุนการใช้สาร แต่ให้ข้อมูลเพื่อลดความเสี่ยงและสนับสนุนให้ลด ละ หรือเลิกเมื่อพร้อม
Impulse Bangkok ยังเตือนว่า PrEP ป้องกัน HIV แต่ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น ซิฟิลิส จึงควรใช้ถุงยางอนามัยควบคู่กัน และผู้ที่มีความเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นระยะ
ในวาระก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 Impulse Bangkok ตั้งเป้าขยายบทบาทสู่การเป็น Urban Health Hub สำหรับชุมชน LGBTQ+ ในกรุงเทพฯ โดยเชื่อมโยงบริการตรวจ HIV และ STI สุขภาพจิต และการลดอันตรายจากยาให้อยู่ในระบบเดียวกัน ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ Dual Testing การตรวจ HIV และซิฟิลิสควบคู่กัน, Mental Health Programming การดูแลสุขภาพใจควบคู่สุขภาพกาย และ Harm Reduction การลดผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเป็นระบบและไม่ตัดสิน
Impulse Bangkok ยังขยายกิจกรรมจากพื้นที่ปาร์ตี้สู่พื้นที่สาธารณะและกิจกรรมสุขภาพ เช่น การวิ่ง Hot Gays Run ที่สวนเบญจกิติ การแข่งขันแบดมินตัน และกิจกรรมด้านสุขภาพใจ เพื่อทำให้ความหลากหลายทางเพศปรากฏในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยลดการตีตรา
รศ. ดร. สมิทธิ์กล่าวว่า 10 ปีแรกของ Impulse Bangkok คือการสร้างชุมชนและความไว้วางใจ ส่วนทศวรรษที่ 2 จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ Urban Health Hub ที่เป็นจุดอ้างอิงด้านสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับชุมชน LGBTQ+ โดยองค์กรได้รับการสนับสนุนด้านทุนและคลินิกจาก AIDS Healthcare Foundation (AHF) ประเทศไทย และเริ่มความร่วมมือเชิงวิชาการกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปัจจุบัน Impulse United มีเครือข่าย 26 สาขาใน 13 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเครือข่ายขององค์กร ขณะที่ Impulse Bangkok ทำงานร่วมกับภาคีด้านสุขภาพและสิทธิหลายหน่วยงาน เพื่อเชื่อมต่อผู้รับบริการเข้าสู่ระบบตรวจ การรักษา และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมต่อไป