Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทยังเปราะบางต่อความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นจนราคาน้ำมันพุ่ง อาจหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่ากดเงินบาทอ่อนแตะ 34 บาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าต่อเนื่องเข้าใกล้ระดับ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากนักลงทุนทยอยเพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินเยนยังอ่อนค่าทะลุ 163 เยนต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทได้รับแรงพยุงบางส่วนจากราคาทองคำที่ปรับขึ้นเข้าใกล้ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังมีข่าวว่าสหรัฐและอิหร่านอาจกลับมาเจรจาหยุดยิง รวมถึงแรงซื้อสะสมทองคำของนักลงทุนในช่วงประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง โดยหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.74% ดัชนี S&P 500 บวก 0.89% และ Nasdaq Composite ปรับขึ้น 1.29% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี พลังงาน และเหมืองแร่
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ได้แก่ การประกาศอัตราเงินเฟ้อ (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของอังกฤษ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ เช่น Alphabet และ Tesla
นายพูนระบุว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางในระยะสั้น โดยหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้น คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงจนราคาน้ำมันพุ่งขึ้น อาจส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องและเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงไว้ที่ 33.65-33.80 บาทต่อดอลลาร์