คลังแจงคัดกรองเข้มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เหลือผู้ผ่านสิทธิ 9.51 ล้านราย เปิดอุทธรณ์ผู้ถูกตัดสิทธิ ย้ำงบจำกัดต้องช่วยคนจนจริง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ถึงกรณีผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ซึ่งมีจำนวนผู้ผ่านการคัดกรองลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด โดยยืนยันว่าเป็นผลจากการปรับปรุงระบบคัดกรองให้มีความเข้มงวดและรัดกุมมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่มีความเดือดร้อนจริง
นายเอกนิติ กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนครั้งนี้มีผู้ยื่นขอรับสิทธิทั้งหมด 18.82 ล้านราย หลังการตรวจสอบพบว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9.51 ล้านราย ขณะที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ 9.31 ล้านราย
สาเหตุที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก เนื่องจากรัฐบาลได้นำข้อมูลของผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐหลายด้านอย่างละเอียด เพื่อยืนยันคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการเสียภาษี การถือครองที่ดิน รายได้ และการถือครองรถยนต์ ทำให้สามารถคัดกรองผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ได้มีฐานะยากจนจริงออกจากระบบได้
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง เนื่องจากงบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐมีจำกัด จึงต้องบริหารจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุด
“เจตนารมณ์ในการดำเนินนโยบายครั้งนี้ที่เข้ามาสกรีนอย่างจริงจัง ก็เพื่อที่จะเอาคนจนจริงๆ เข้ามาสู่ระบบ ผมพูดจากใจเลยว่ารัฐบาลอยากจะช่วยคนที่ลำบากจริงๆ งบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐบาลมีจำกัด จึงอยากให้บัตรใบนี้เป็นของคนที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงและไม่มีรายได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือลงไปถึงคนที่สมควรได้รับสวัสดิการและลำบากที่สุดอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากประกาศผลการตรวจสอบสิทธิแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบผลการพิจารณาผ่านระบบได้ โดยผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะมีการระบุเหตุผลอย่างชัดเจนว่าถูกตัดสิทธิเนื่องจากไม่ผ่านคุณสมบัติข้อใด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และหากเห็นว่าผลการพิจารณาไม่ถูกต้อง ยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนที่กำหนดได้
นายเอกนิติ ย้ำว่า การปรับปรุงระบบคัดกรองครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ความช่วยเหลือของภาครัฐเข้าถึงประชาชนที่มีความจำเป็นและมีฐานะยากลำบากอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิสามารถตรวจสอบข้อมูลและอุทธรณ์ได้ หากเห็นว่ามีข้อคลาดเคลื่อนในการพิจารณาคุณสมบัติ.