"ศุภจี–ซาบีดา–สุรศักดิ์" หารือร่วม MPA ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมคอนเทนต์และภาพยนตร์ของเอเชีย ชูจุดแข็งด้านโลเคชัน วัฒนธรรม สตอรี่ท้องถิ่น เร่งยกระดับกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้สอดรับยุคAI
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับ Ms. Urmila Venugopalan ประธานและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (Motion Picture Association: MPA) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงาน Thailand Success Stories Seminar ว่า ผู้แทน MPA ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Cash Rebate) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
ปัจจุบันสมาชิกของ MPA ได้เข้ามาลงทุนผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ในประเทศไทยรวมมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย ทั้งด้านศักยภาพของสถานที่ถ่ายทำ (Location) บุคลากรคุณภาพ ตลอดจน Local Content ที่โดดเด่น ทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว อาหาร และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือและการลงทุนได้อีกมากในอนาคต
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดงาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 8,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ได้กว่า 600 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด
อย่างไรก็ดีความสำเร็จของ TCEX 2026 สะท้อนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ที่นำคอนเทนต์มาต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์ สินค้าเมอร์ชันไดซ์ เกม ซีรีส์ อาร์ตทอย และสินค้าไลฟ์สไตล์ เชื่อมโยงกับกลุ่มแฟนด้อม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก
ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย โดย MPA เสนอให้ภาครัฐดูแลกระบวนการอนุมัติและอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้ผลิตคอนเทนต์จากต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญและพร้อมผลักดันอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่อีกประเด็นสำคัญ คือ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะปัญหาการสร้าง Deepfake และการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ ซึ่งสหรัฐอเมริกากำลังผลักดันกฎหมาย No FAKES Act เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายด้านลิขสิทธิ์และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอยู่แล้ว แต่ในอนาคตควรพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานและนักลงทุนว่าคอนเทนต์ที่ผลิตในประเทศไทยจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุน ปัจจุบันประเทศไทยยังใช้มาตรการ Cash Rebate เป็นกลไกหลักในการดึงดูดการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่รัฐบาลอยู่ระหว่างทบทวนแนวทางการให้สิทธิประโยชน์ทั้งระบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบและบริการภายในประเทศ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงท้ายของการหารือ Ms. Urmila Venugopalan ได้เชิญนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีของไทย หากมีภารกิจเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้เข้าร่วมพบปะกับ MPA ซึ่งยินดีเป็นเจ้าภาพจัดงานต้อนรับคณะไทยและนักสร้างสรรค์ไทยในสาขาคอนเทนต์ ภาพยนตร์ ดนตรี เกม และงานออกแบบ เพื่อเปิดโอกาสสร้างเครือข่ายและขยายความร่วมมือในระดับนานาชาติ โดยแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักสร้างสรรค์ไทยที่จะก้าวสู่เวทีโลกได้มากยิ่งขึ้น