พาณิชย์เดินหน้าแก้ปัญหาราคามะพร้าวแกงต่อเนื่อง หลังระบายผลผลิตคงค้างได้แล้วกว่า 11 ล้านลูก "ศุภจี" สั่งจัดงบกลางรับซื้อผลผลิตเพิ่มเติมรองรับผลผลิตออกสู่ตลาด
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการแก้ปัญหามะพร้าวแกงตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์เร่งประสานโรงงานและล้งเข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรในพื้นที่ 4 จังหวัดแหล่งปลูก จนสามารถระบายผลผลิตคงค้างได้แล้วกว่า 11 ล้านลูก จากปริมาณผลผลิตคงค้างประมาณ 10 ล้านลูก ล่าสุดจากการตรวจสอบในพื้นที่พบว่า ยังมีกลุ่มเกษตรกรบางส่วนได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง จึงมอบหมายให้กรมการค้าภายในของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม พร้อมสำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังตกหล่น รวมทั้งติดตามการนำเข้ามะพร้าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลผลิตในประเทศได้รับการรองรับอย่างเต็มที่
ทางกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งปลูกมะพร้าว ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ได้ประสานโรงงานและผู้ประกอบการเข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยรับซื้อแล้วกว่า 11 ล้านลูก จากเป้าหมาย 10 ล้านลูก แยกเป็น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.88 ล้านลูก จังหวัดนครศรีธรรมราช 0.724 ล้านลูก และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ 5.36 ล้านลูก
ทั้งนี้จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่พบว่า ยังมีกลุ่มเกษตรกรบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับซื้อผ่านเครือข่ายล้งและกลุ่มเกษตรกรคู่ค้าเดิม ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานที่ผู้นำเข้ากำหนด เช่น GAP, Monkey-free Certificate และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) จึงมอบหมายให้กรมการค้าภายในของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม ควบคู่กับการสำรวจกลุ่มเกษตรกรที่ยังตกหล่น เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และรองรับผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงนี้
ด้านการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าและโรงงานผลิตกะทิให้งดการนำเข้ามะพร้าวในช่วงผลผลิตภายในประเทศออกสู่ตลาด ซึ่งโรงงานยืนยันว่าจะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลัก โดยจากการสำรวจโรงงานแปรรูปมะพร้าว 9 ราย พบว่า ใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบร้อยละ 80 และนำเข้าเพียงร้อยละ 20
ขณะที่การนำเข้ามะพร้าวในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) มีปริมาณ 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 190,734 ตัน หรือลดลงกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังสามารถติดตามการนำเข้าของโรงงานได้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรงงานต้องขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO (ร.4)
นายกรนิจ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าดูแลราคามะพร้าวแกงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาด การกำกับดูแลการนำเข้าไม่ให้กระทบผลผลิตในประเทศ และการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ให้เกษตรกรจำหน่ายมะพร้าวได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนการผลิต
นอกจากนี้ในระยะยาว กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรฐานการส่งออก เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปภายใต้แนวคิด Circular Economy และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ปัจจุบัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ผลผลิตมะพร้าวแกงปี 2569 อยู่ที่ 608 ล้านลูก เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากปีก่อน โดยผลผลิตเริ่มออกมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน และคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกประมาณ 69 ล้านลูกในช่วงปัจจุบันถึงเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งโรงงานและล้งอาจรองรับได้ไม่ทั้งหมด กระทรวงพาณิชย์จึงเตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อผลักดันให้เกษตรกรจำหน่ายมะพร้าวแกงได้ในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุน และได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง