ABAC จัดทำข้อเสนอเชูแนวคิด "Openness, Connectivity and Synergy" ผลักดันการค้าเสรี ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
นายหลี่ ฝานหรง (Li Fanrong)ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council: ABAC) ABAC 2026 กล่าวว่า ความรุ่งเรืองของภูมิภาคในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเขตเศรษฐกิจต่างๆ ในการรักษาสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและคาดการณ์ได้สำหรับการค้าและการลงทุน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
"ความรุ่งเรืองในระยะยาวของภูมิภาคของเราจะขึ้นอยู่กับการที่เขตเศรษฐกิจต่างๆ ร่วมมือกันรักษาสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและคาดการณ์ได้สำหรับการค้าและการลงทุน ในขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีแนวหน้าอื่นๆ
ทั้งนี้ภายใต้แนวคิด "Openness, Connectivity and Synergy" (เปิดกว้าง เชื่อมโยง ผนึกกำลัง) ABAC จะเสนอแนะให้เอเปคยืนยันพันธกรณีต่อการค้าและการลงทุนที่เสรี เปิดกว้าง เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โปร่งใส และคาดการณ์ได้ พร้อมทั้งผลักดันข้อเสนอที่นำโดยภาคธุรกิจอันเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) โดย ABAC จะเสนอให้มีการมุ่งเน้นใหม่ในการแก้ไขอุปสรรคที่มิใช่ภาษีศุลกากรซึ่งกระทบต่อการค้าสินค้าอาหาร กำหนดกฎเกณฑ์การค้าดิจิทัลที่สอดคล้องกัน และผลักดันการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและบทบาทผู้นำของสตรี รวมถึงกรอบการจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับภาคธุรกิจโดยสมัครใจ (Equal Pay Framework)
ในด้านความเชื่อมโยง ABAC จะเสนอให้เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ทนทานต่อภัยพิบัติและปล่อยคาร์บอนต่ำ เสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างขีดความสามารถเพื่อให้การค้าไร้กระดาษเป็นความจริงในวงกว้าง ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ ฟื้นฟูวาระ Open Skies สำหรับการบิน เพิ่มความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค และขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
"ความเชื่อมโยงในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป แต่หมายรวมถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น ระบบดิจิทัลที่เชื่อถือได้ แรงงานที่มีทักษะ และความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน"
ขณะเดียวกันเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ ABAC จะเสนอให้ระดมการลงทุนจากภาคเอกชนให้มากขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน สาธารณสุข ความมั่นคงด้านน้ำ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ABAC ยังจะเสนอกรอบธรรมาภิบาลที่เอื้อต่อนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีแนวหน้าอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัม ควบคู่ไปกับการสร้างหลักประกันว่าเขตเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและผู้ประกอบการ MSMEs จะสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทักษะ และแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในเศรษฐกิจดิจิทัล
ประธาน ABAC 2026 กล่าวเพิ่มเติมว่า "ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัมมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงผลิตภาพ ขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคของเรา แต่ประโยชน์จากนวัตกรรมเหล่านี้จะต้องได้รับการกระจายอย่างทั่วถึง"
รายงานของ ABAC ยังจะเสนอแนะให้มีความร่วมมือระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในประเด็นความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน การส่งเสริมสุขภาพประชากร การเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาด การรับมือภัยพิบัติ และการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่อย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบ และแข่งขันได้ โดยตระหนักว่าประเด็นเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ประธาน ABAC 2026 ยืนยันความมุ่งมั่นของ ABAC ที่จะทำงานร่วมกับเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างใกล้ชิด เพื่อแปลงข้อเสนอเชิงนโยบายเหล่านี้ไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
"ด้วยการผลักดันแนวคิดเปิดกว้าง เชื่อมโยง และผนึกกำลัง เอเปคจะสามารถเสริมสร้างความเชื่อมั่นท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ภาคธุรกิจและชุมชนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และ ABAC พร้อมที่จะร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปคในการผลักดันข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม" ประธาน ABAC 2026 กล่าวสรุป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับสมาชิก ABAC สู่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งยืนยันการสนับสนุนของประเทศไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคผ่านกรอบเอเปค และเน้นย้ำถึงความสำคัญของบทบาทภาคธุรกิจในกระบวนการดังกล่าว
ตลอดการประชุมครั้งนี้ ABAC ยังได้จัดทำจดหมายถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร คมนาคม และการคลัง เพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะของ ABAC ก่อนการประชุมระดับรายสาขาที่จะมีขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไป พร้อมทั้งได้รับการรับรองแถลงการณ์ในประเด็นควอนตัม สาธารณสุข และเหมืองแร่ด้วยเช่นกัน
สำหรับ ABAC จะจัดการประชุมครั้งต่อไป ณ นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้