กบง.ตีกรอบราคาขายปลีกแก๊สโซฮอลและดีเซลไม่เกิน 35 บาท/ลิตร ดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นมาช่วยชดเชยราคา ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลง 2.51-2.56 บาท/ลิตร หวังลดภาระค่าครองชีพประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ประธาน กบง.เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ประชุม ได้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่มอบหมายให้กระทรวงพลังงานหาแนวทางปรับลดราคาขายปลีกนํ้ามันเชื้อเพลิงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดต้นทุนของประกอบการ
ทั้งนี้ที่ประชุม กบง. ใช้อํานาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกําหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนนํ้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และอํานาจตามข้อ 3 แห่งคําสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 15/2562 เรื่อง กําหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนนํ้ามันเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ที่ประชุม กบง.จึงได้มีมติเห็นชอบ กําหนดกรอบราคาขายปลีกนํ้ามันเชื้อเพลิงสําหรับนํ้ามันแก๊สโซฮอลและนํ้ามันดีเซลหมุนเร็ว ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 35.00 บาทต่อลิตร โดยมีการดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากกลุ่มโรงกลั่นส่วนหนึ่งเพื่อมาชดเชยราคา
ขณะเดียวกันมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณากําหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง หรืออัตราเงินชดเชยจากกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ราคาขายปลีก เป็นไปตามกรอบราคาที่กําหนด และสอดคล้องกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
นายเอกนัฏฯ กล่าวว่า จากการดําเนินการดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาขายปลีกนํ้ามันเชื้อเพลิงปรับลดลงโดยนํ้ามันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลงประมาณ 2.51 บาทต่อลิตร และนํ้ามันดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงประมาณ 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกนํ้ามันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นไปตามกรอบราคาที่ กบง. เห็นชอบ