สนค.เผยส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 จากออเดอร์สินค้าไฮเทคและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Centerทั่วโลก คาดภาพรวมทั้งปีโต 8% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึง การส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,095,139 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 23 ที่ร้อยละ 10.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 8.6
ปัจจัยสำคัญที่ยังทำให้การส่งออกขยายตัว มาจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนพื้นฐานด้าน AI และ Data center ทั่วโลก รวมถึงปัจจัยเร่งจากการนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ กลุ่มสินค้าหลักที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องส่งวิทยุ เครื่องโทรศัพท์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่สินค้าเกษตรอย่างทุเรียนและเงาะยังคงเติบโตได้ดีตามฤดูกาล
นอกจากนี้สินค้าเกษตรกลุ่มศักยภาพ เช่น ถั่วเขียวผิวมัน กาแฟ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แม้จะมีสัดส่วนมูลค่าน้อย แต่มีอัตราการขยายตัวที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตลาดส่งออกหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อาเซียน(5) และสหภาพยุโรป
สำหรับการส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 16.7 โดยมูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนพฤษภาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.1 ส่วนดุลการค้า ขาดดุล 5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภาพรวมการส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.0 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 187,295.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.6 ดุลการค้า ขาดดุล 25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.2 (YoY) กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 3.1 กลับมาหดตัวหลังจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 13.2 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 14.4 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 26 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและ เครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ เม็ดพลาสติก ทองแดง เป็นต้น ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะตลาดหลัก ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ชี้ว่าปริมาณผลผลิตขยายตัวเร่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของประเทศคู่ค้า ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตามแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะการฟื้นตัวอย่างจำกัดของเศรษฐกิจโลก โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภค
สนค. ได้จัดทำประมาณการส่งออกทั้งปี 2569 ขยายตัว 8% ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วง 7 เดือนที่เหลือ หากการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 29,245 ล้านดอลลาร์ จะทำให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะสงครามการค้าและมาตรการภาษีของสหรัฐที่ยังอาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย
ทั้งนี้ภาคการส่งออกไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงในตลาดโลกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลงเป็นลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกในระยะต่อไปยังสามารถรักษาสมดุลการเติบโตไว้ได้
ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายมิติเพื่อขับเคลื่อนการส่งออก โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวังและรับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเร่งปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในช่วงที่เหลือของปี