'พาณิชย์' หารือเอกชนเกาะติดสถานการณ์ข้าวโลก เดินหน้าเชิงรุกขยายตลาดใหม่ในแอฟริกา ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ด้านเอกชนมั่นใจดีมานด์ข้าวไทยยังแข็งแกร่ง หนุนราคาทรงตัวในระดับดีต่อเนื่องถึงสิ้นปี
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีแล รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นำโดยนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นายโชคชัย เศรษฐีวรรณ อุปนายก และคณะผู้แทนสมาคมฯ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าและตลาดข้าว รวมถึงแนวทางผลักดันการส่งออกข้าวไทยว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนเพื่อบรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยปี 2569 ที่ 7 ล้านตัน ซึ่งการส่งออกถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย
ปัจจุบันแม้ตลาดข้าวโลกในปีนี้จะมีความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก แต่ข้าวไทยยังคงได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้า โดยได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเร่งประสานเครือข่ายทูตพาณิชย์ทั่วโลกในการผลักดันการจำหน่ายข้าวไทยในตลาดศักยภาพ พร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชนเพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสำคัญทั่วโลก
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดส่งออกข้าวไทยไปยังภูมิภาคแอฟริกาและลาตินอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีกับประเทศคู่ค้า อาทิ เปรู และชิลี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในภูมิภาคดังกล่าว โดยในเร็ว ๆ นี้จะมีการหารือกับรัฐมนตรีของเปรูเพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ได้หารือกับคณะเอกอัครราชทูตประเทศและอุปทูตในภูมิภาคลาตินอเมริกาเพื่อร่วมกันผลักดันการส่งออกข้าวไทยแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทยในระยะยาว ทั้งการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก การขยายตลาดใหม่ ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวในอนาคต รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับมาตรการดูแลเกษตรกรและสร้างความมั่นคงด้านการผลิตข้าวของประเทศ
สำหรับสถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปีนี้ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลให้การส่งออกข้าวไทยไปยังอิรัก ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยในภูมิภาคดังกล่าว ชะลอตัวลงตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคและแนวโน้มการเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ กลับทำให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้ไทยยังสามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดข้าวโลกในปีนี้มีความอ่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับประมาณ 320-340 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงปลายปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 480 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเรื่องภาวะเอลนีโญและความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่มีการสั่งซื้อในปริมาณมาก
นอกจากนี้แม้อิรักซึ่งเป็นตลาดส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของไทยจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคจนทำให้การส่งมอบสินค้าชะลอตัว แต่เชื่อว่าหลังสถานการณ์คลี่คลายจะสามารถกลับมาส่งออกได้ตามปกติ ขณะที่หลายประเทศได้เข้ามาซื้อข้าวไทยเพื่อชดเชยความต้องการในตลาดโลก ประกอบกับความต้องการใช้ปลายข้าวในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากภาวะขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ราคาข้าวไทยปรับตัวดีขึ้น
ขณะเดียวกันยังผลักดันการส่งออกข้าวภายในโควตาไปยังตลาดยุโรปให้เพิ่มขึ้น ขอเสนอให้เจรจาสัดส่วนโควตาการส่งออกต้นข้าวให้มากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ส่งออกต้นข้าวไปตลาดยุโรปมากกว่าปลายข้าว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือกับฝ่ายยุโรปต่อไป
ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึง นโยบายเชิงรุกในการผลักดันการส่งออกข้าวไทยว่า กรมฯ เร่งดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมตลาดและผลักดันการส่งออกข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และกระตุ้นให้เกิดคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตข้าวไทย พร้อมขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ทั้งนี้กรมการค้าต่างประเทศจะเร่งรัดการเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับ COFCO ของรัฐบาลจีน อีก 460,000 ตัน ขณะเดียวกันได้วางแผนเปิดเกมรุกนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางพบผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดส่งออกข้าวไทย ล่าสุดได้เดินทางไปพบหน่วยงานนำเข้าข้าวของสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 7–10 มิถุนายน 2569 และมีแผนเดินทางไปฟิลิปปินส์และมาเลเซียในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 รวมถึงเตรียมนำผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิไทยและข้าวประณีตรายย่อยเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน ณ เมืองกวางโจว ในเดือนกรกฎาคม 2569
อย่างไรก็ตามกรมฯ มั่นใจว่าการดำเนินงานเชิงรุกควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยและสนับสนุนให้การส่งออกข้าวไทยในปี 2569 บรรลุเป้าหมาย 7 ล้านตันตามที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 2.74 ล้านตัน ลดลง 10.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยยังสามารถขยายการส่งออกข้าวไปยังภูมิภาคแอฟริกาและเอเชียได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภูมิภาคส่งออกข้าวสำคัญ 2 อันดับแรกของไทย และยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ตลาดโลกที่ท้าทาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพข้าวไทยและศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งผลิตและส่งออกข้าวคุณภาพที่สำคัญของโลก