ยื่นของบกองทุนอนุรักษ์ฯ 5 พันล้านติดโซลาร์เซลลดค่าไฟ

ยื่นของบกองทุนอนุรักษ์ฯ 5 พันล้านติดโซลาร์เซลลดค่าไฟ
ชงบอร์ดกองทุนอนุรักษ์ฯเคาะโครงการงบปี’69 ชี้ส่วนใหญ่พุ่งเป้าติดโซลาร์เซลล์ชุมชนภาคเกษตรหวังลดค่าใช้จ่ายพลังงาน ขณะที่ตั้งคณะทำงานเพิ่มกลั่นกรองงบด้านวิจัย 1,500 ล้านบาท

นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารลงทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยถึงโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนประจำปี 2569 วงเงิน 9,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้มีผู้ที่สนใจยื่นโครงการในส่วนของงบนโยบายที่มุ่งเน้นโครงการที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ เสริมศักยภาพการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐตามภารกิจจำเป็นที่เร่งด่วน จำนวนคำขอ 143 โครงการ วงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มติดตั้งโซลาร์เซลล์ อาทิ การติดตั้งโซลาร์สำหรับระบบการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ระบบสูบน้ำโซลาร์เพื่อการเกษตร การติดตั้งโซลาร์สำหรับชุมชนพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง การติดตั้งโซลาร์สำหรับโรงพยาบาลของรัฐ ตลอดจนปีนี้มีโครงการด้านความมั่นคง มีคำขอติดตั้งโซลาร์ในพื้นที่ความมั่นคงชายแดนยื่นเข้ามาเพิ่มเติม

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภายในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนนำเสนอเข้าสู่การคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (กทอ.) ที่มี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติต่อไป คาดว่า ใช้เวลาดำเนินการอีก 2-3 เดือน และเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อเริ่มดำเนินโครงการฯได้ภายในปลายปี 2569

สำหรับงบประมาณที่เหลืออีก 1,500 ล้านบาท เป็นงบเพื่อใช้งานวิจัย งานตามภารกิจของกระทรวงพลังงาน และงานประชาสัมพันธ์ ที่เปิดรับให้ยื่นข้อเสนอตามปกติ ยังรอนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ภายในเดือน มิ.ย.นี้ เบื้องต้นคาดว่าจะกำหนดกรอบวงเงินสำหรับงานวิจัยและนวัตกรรมไว้ประมาณ 500 ล้านบาท โดยจะเน้นโครงการลักษณะที่ต่อยอดงานวิจัย ระดับ Tier 4 ขึ้นไป เพื่อสามารถนำไปต่อยอดโครงการให้เป็นรูปธรรม หรือขับเคลื่อนสู่เชิงพาณิชย์ได้โดยเร็ว

อย่างไรก็ตามทาง “ส.กทอ.” ได้อาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2560 ข้อ 7 ขอแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และยกระดับมาตรฐานงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้

1.รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงงาน เป็นประธานคณะทำงาน(ด้านบริหาร)

2.ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เป็นคณะทำงาน

3.ผู้แทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เป็นคณะทำงาน

4.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นคณะทำงาน

5.ผู้แทนสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) เป็นคณะทำงาน

6.ผู้แทนสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นคณะทำงาน

7.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นคณะทำงาน

8.ผู้แทนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นคณะทำงาน

9.ผู้แทนสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)เป็นคณะทำงาน

10.ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์โครงการ สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นคณะทำงาน

11.ผู้อำนวยการกลุ่มงานนโยบายและแผนกองทุน โครงการ สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นคณะทำงานและเลขานุการ

12.ผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ

“วงเงินสำหรับการวิจัยและพัฒนา 1,500 ล้านบาทดังกล่าว ทาง ส.กทอ. ต้องการให้เกิดการใช้เงินอย่างคุ้มค่าและลดความซ้ำซ้อนของโครงการที่มาขอใช้งบกองทุนฯ  รวมถึงต้องการให้เกิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้จริงจึงตั้งเป็นคณะทำงานขึ้นมาเพื่อร่วมกันกำหนดกรอบการใช้เงินกองทุนฯ อาทิ เป็นงานวิจัยที่มีต้นแบบแล้ว พร้อมต่อยอดไปสู่การนำไปใช้จริง โดยหากมีองค์กรรัฐหรือเอกชนมาร่วมสนับสนุนหรือร่วมลงทุน จะได้รับการพิจารณาโครงการฯ เป็นพิเศษ เป็นต้น โดยคาดว่าจะจัดทำกรอบโครงการฯ เสร็จใน 2-3 เดือนนี้ และจะเสนออนุกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อให้บรรจุเข้าร่วมในโครงการฯ ปี 2569 และจะผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายได้ ภายในไตรมาส 1 ปี 2570”

สำหรับการเปิดรับข้อเสนอโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มจัดทำโครงการฯ ได้ ประมาณเดือน ต.ค. 2569 ควบคู่ไปกับโครงการฯ ปี 2569 เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินทันรอบปีงบประมาณต่อไป

ปัจจุบันกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ฐานะกองทุนฯเป็นบวกอยู่ 1.7 หมื่นล้านบาท การบริหารการเงิน หากเบิกจ่ายสำหรับโครงการฯ ปี 2569 แล้วคาดว่าจะเหลือเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปกติกองทุนฯ จะมีรายได้จากการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันทุกชนิด 5 สตางค์ต่อลิตร โดยมีรายได้เข้ากองทุนฯ ปีละ 1,700 - 2,000 ล้านบาท ประกอบกับการขอใช้เงินกองทุนฯ แต่ละปีจะไม่เกินกรอบวงเงินที่ตั้งไว้ เนื่องจากมีการกลั่นกรองอย่างรัดกุมมากขึ้น ซึ่งวิกฤตพลังงานในช่วงที่ผ่านมาแม้จะมีบางช่วงที่ยอดการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้รายรับของกองทุนฯเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะเฉลี่ยแล้วรายได้ยังอยู่ในระดับปกติเพราะยอดใช้น้ำมันมีขึ้นและลงสลับกันไป

TAGS: #กองทุนอนุรักษ์ฯ #โซลาร์เซลล์ชุมชน