‘ผู้แทนการค้าไทย’ ดึงคาซัคสถานเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เชื่อมโยงในระดับภูมิภาคเปิดตลาดยูเรเซีย เล็งลงทุน อุตสาหกรรมดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ AI คลาวด์เซอร์วิส
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยหลังหารือกับนายบาคูทูลี บาคุทนอร์ รองผู้ว่าราชการแคว้นอัลมาตีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน พร้อมคณะผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชน จากสาธารณรัฐคาซัคสถาน ถึงแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ไทยและคาซัคสถานพร้อมจับมือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์การค้าท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าอย่างรอบด้านด้วยการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไม่ใช่แค่ระหว่างไทยกับคาซัคสถาน แต่รวมถึงในภูมิภาคเอเชียกลางที่สามารถเชื่อมต่อถึงทวีปยุโรปได้และภูมิภาคเอชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในด้านทรัพยากรแร่หายาก พลังงาน การแปรรูปอาหารแห่งอนาคต และการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นสูง อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ AI คลาวด์เซอร์วิส
อย่างไรก็ดีในการนี้ สองฝ่ายจึงเห็นควรเร่งดำเนินการสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทยและคาซัคสถาน เพื่อพัฒนาความร่วมมือทั้งในด้านการพัฒนาบุคลลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า และการจับคู่ธุรกิจ ที่เป็นโอกาสต่อการขยายค้าและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย โดยได้เชิญนักธุรกิจของคาซัคสถาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่กระทรวงพาณิชย์จัดในปี 2569 โดยเฉพาะงานแสดงเทคโนโลยีและบริการด้านการจัดการและขนส่งสินค้า “TILOG Logistix” (วันที่ 19–21 สิงหาคม) และงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ “Bangkok Gems & Jewelry Fair” (วันที่ 8–12 กันยายน)
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ 1 ที่คาดว่าจะจัดในช่วงเดือนกันยายนปี 2569 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายสนใจให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม และจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการยกระดับความร่วมมือไปสู่การจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) ในอนาคตต่อไป โดยฝ่ายคาซัคสถานพร้อมที่จะให้สนับสนุนและผลักดันสมาชิก EAEU เพื่อเร่งดำเนินการเริ่มกระบวนการเจรจา FTA ต่อไป
นอกจากนี้ในช่วงท้ายของการหารือ ฝ่ายคาซัคสถานได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทย ทั้งในการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางนวัตกรรมการเกษตร การส่งเสริมมาตรการคุ้มครองการลงทุน ตลอดจนความร่วมมือด้านภาษีและศุลกากร นอกจากนี้ คาซัคสถานยังพร้อมที่จะขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า และบริการ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อผลักดันให้ทั้งสองประเทศก้าวขึ้นเป็น 'ประตูเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ' (Gateway) ระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ทั้งนี้ คาซัคสถานเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในกลุ่มเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States : CIS) และกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) และเป็นคู่ค้าอันดับ 90 ของไทยในตลาดโลก การค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานในปี 2568 มีมูลค่ารวม 170.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไทยส่งออกไปคาซัคสถานเป็นมูลค่า 93.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากคาซัคสถานเป็นมูลค่า 77.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปคาซัคสถาน เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากคาซัคสถาน เช่น น้ำมันดิบ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะ เคมีภัณฑ์ วัสดุ และอุปกรณ์สำนักงาน และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์