TAN เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้รวม 508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% และกำไรสุทธิ 40.1 ล้านบาท เติบโต 3.2% จากปีก่อน รับแรงหนุนธุรกิจต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าขยาย E-Commerce และ Social Commerce
บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ TAN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 (มกราคม-มีนาคม) มีรายได้รวม 508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 40.1 ล้านบาท เติบโต 3.2% แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของกำลังซื้อ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์ HARNN ในประเทศจีน การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของช่องทาง E-Commerce รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์แบรนด์ PANDORA หลังการปรับโครงสร้างทีมบริหาร ส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านการขายและการบริหารต้นทุนดีขึ้น
นาย ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอของบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างแบรนด์ในประเทศ ธุรกิจต่างประเทศ และช่องทางการขายที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรีเทลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายศักยภาพของ E-Commerce โดยเฉพาะการพัฒนา Social Commerce ผ่าน TikTok เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่าย และการลงทุนอย่างรอบด้าน ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินเพื่อสร้างสมดุลและการเติบโตอย่างมั่นคง
ในช่วงไตรมาส 1 บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งสร้างรายได้รวม 65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นประเทศจีนเติบโต 64.6% เวียดนามเติบโต 16.8% และสิงคโปร์เติบโต 6.2%
สำหรับธุรกิจ HARNN Greater China ซึ่งมีสัดส่วนรายได้มากที่สุดในกลุ่มกิจการต่างประเทศ สามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายสินค้าในร้าน Cosmetic Chain Store และ Specialty Store มากกว่า 570 จุดขาย ครอบคลุม 12 มณฑล ได้แก่ กวางตุ้ง เหอหนาน เฮยหลงเจียง เจียงซู เจ้อเจียง อานฮุย เสฉวน ชานซี ซินเจียง ธิเบต เจียงซี และซานตง
นอกจากนี้ ยังมีร้าน Concept Store ภายใต้แบรนด์ HARNN ที่บริหารโดยตัวแทนจำหน่ายจำนวน 6 สาขา รวมถึงร้าน HARNN Flagship Store ซึ่งบริษัทฯ ดำเนินการเองในเมืองหางโจว และร้าน SCape by HARNN จำนวน 1 สาขาในเมืองหูโจว ซึ่งเป็น Spa Franchise ที่บริหารโดยตัวแทนจำหน่าย
ด้านช่องทางออนไลน์ ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายสินค้าในประเทศจีน ยังสามารถสร้างยอดขายได้ดีผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce และช่องทาง Cross Border ต่าง ๆ หลังรับโอนสิทธิ์จาก HARNN ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Tmall, Xiaohongshu, Douyin, Kuaishou, WeChat Channels, Youzan, JD.com และ Vipshop รวมถึงช่องทาง Livestreaming ต่าง ๆ
ขณะที่รายได้จากการขายและบริการในประเทศอยู่ที่ 433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งสัดส่วนรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์มีสัดส่วนคงที่ 51% ซึ่งแบรนด์ PANDORA มีการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ ส่งผลให้แนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น กลุ่มธุรกิจแฟชั่นมีสัดส่วนคงที่ 23% กลุ่มธุรกิจความงามและเวลเนสเพิ่มสัดส่วนจาก 17% เป็น 20% จากการทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มลดสัดส่วนจาก 8% เหลือ 6% โดยมีผลมาจากกลุ่ม Gordon Ramsay เป็นหลัก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการ Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและยกระดับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ TANACHIRA CLUB ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิด Customer Centric และสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับกลุ่มบริษัท
ปัจจุบัน TANACHIRA CLUB มีสมาชิกจำนวน 84,335 ราย ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นจาก 74,110 ราย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ขณะที่ยอดขายจากสมาชิกเติบโต 22.6% จาก 167 ล้านบาท เป็น 205 ล้านบาท รวมถึงจำนวนสมาชิกที่กลับมาซื้อซ้ำเพิ่มขึ้น 265% และความถี่ในการซื้อเพิ่มขึ้นจาก 1.1 ครั้ง เป็น 1.4 ครั้งต่อสมาชิก สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการนำ Data และ Customer Insight มาพัฒนาการตลาดและประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- Expansion: ขยายฐานลูกค้าใหม่ สร้างโอกาสการเติบโต เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตแบรนด์ ผ่านกิจกรรมทางการตลาดและการต่อยอด Ecosystem ของ TANACHIRA CLUB เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
- Excellence: ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการหน้าร้าน การพัฒนาทีมขาย และงานบริการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
- Sustainability: มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หลัก ESG ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรอบคอบ ทั้งด้านการลงทุนและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรเพื่อสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน