กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศความพร้อมจัด “TCEX 2026” มหกรรมซอฟต์พาวเวอร์สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทย หนุนสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดโลก คาดเม็ดเงินสะพัดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานอย่างเป็นทางการ สำหรับมหกรรมด้าน Character, Content และ Creative IP สุดยิ่งใหญ่ของไทย ภายใต้ชื่อ “Thailand Character & Content Expo 2026” หรือ “TCEX 2026” ณ SCBx NEXTECH ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อประกาศความพร้อมในการเปิดเวทีระดับโลก เชื่อมโยงครีเอเตอร์ นักลงทุน และผู้ซื้อสิทธิ์ (Buyers) ทั่วโลก. โดยงานนี้จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน.
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมาก โดยสามารถสร้างมูลค่าสูงถึงกว่า 1.44 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 8.01 ของ GDP ประเทศไทย. ในขณะที่ตลาดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10%. ประเทศไทยเองมีบุคลากรและนักสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูงจำนวนมาก การจัดงาน TCEX 2026 ภายใต้แนวคิด “Multiverse of Creativity” (จักรวาลแห่งความสร้างสรรค์) จึงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือทางการค้า สร้างแบรนด์ และต่อยอดธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์.
สถิติการยื่นคำขอรับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยช่วงปี 2560–2568 เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจ. ปัจจุบันกรมฯ ได้รับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์แล้วกว่า 438,000 รายการ สิทธิบัตรการประดิษฐ์เกือบ 100,000 รายการ และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมาก. ทรัพย์สินทางปัญญาจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือป้องกันการละเมิดสิทธิ์ แต่เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับสากล.
งาน TCEX 2026 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์และทรัพย์สินทางปัญญาใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หลัก ได้แก่:
-
Character & Art (กลุ่มคาแรคเตอร์และศิลปะ)
-
Content & Story (กลุ่มเนื้อหาและเรื่องราว เช่น ภาพยนตร์, หนังสือ, เพลง)
-
Creative Lifestyle (กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์)
-
Game & Interactive Content (กลุ่มเกมและสื่อปฏิสัมพันธ์)
ภายในงานได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรกว่า 30 หน่วยงาน และมีการจัดกิจกรรมสำคัญอย่างน้อย 5 รูปแบบ ประกอบด้วย:
-
การจัดแสดงผลงาน (Showcase): เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและครีเอเตอร์ไทยหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพผลงาน ร่วมกับพาวิลเลียนของพันธมิตรรายใหญ่ เช่น GMM TV, Trendy Gallery, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), Artia และเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ รวมถึงนิทรรศการ Brand Collaboration Case.
-
กิจกรรมสัมมนาและเสวนา (Seminar & Talk): จัดขึ้นตลอดทั้ง 4 วัน โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ และเจ้าของผลงานตัวจริงมาร่วมแบ่งปันความรู้ รวมถึงตัวแทนจากหลากหลายวงการ อาทิ คุณกอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล (ตัวแทนศิลปินนักแสดง), คุณนรุตม์ สุทธิประภา (รองกรรมการผู้บริหารฝ่ายคอนเทนต์โปรดักชัน บริษัท GMM TV จำกัด), คุณศศิสิริ ศิริกุล (ตัวแทน Game & Interactive Content) และคุณนภัทร พรพฤกษ์ (นายกสมาคมการค้าลิขสิทธิ์และของที่ระลึกจากสมาคม Thai Toy Design) มาร่วมฉายภาพแนวทางการเปลี่ยนงานสร้างสรรค์ให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่า.
-
การจับคู่ธุรกิจและการเจรจาการค้า (Business Matching): การเชิญผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาร่วมเจรจาการค้า เพื่อขยายตลาดลิขสิทธิ์ไทยสู่สากล.
ในงานแถลงข่าวนี้ ยังได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญรวม 4 ฉบับ ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ได้แก่:
-
MOU ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม: มุ่งเน้นการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยผ่านระบบทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้พัฒนาบุคลากรร่วมกัน.
-
MOU ร่วมกับ 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ (Lazada, Shopee และ TikTok): เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการค้าออนไลน์ ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล.
ผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้คำแนะนำแก่ครีเอเตอร์และนักสร้างสรรค์ผลงานว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการตระหนักถึง "คุณค่า" และ "เป้าหมาย" ของงาน. เมื่อสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาแล้ว ควรศึกษาและวางแผนการคุ้มครองตามประเภททรัพย์สินทางปัญญา เช่น "เครื่องหมายการค้า" ที่ต้องนำมาจดทะเบียนก่อนจึงจะได้รับความคุ้มครอง หรือ "ลิขสิทธิ์" ซึ่งตามกฎหมายจะได้รับความคุ้มครองทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อสร้างสรรค์ขึ้น. อย่างไรก็ตาม การนำข้อมูลมาแจ้งไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเป็นฐานข้อมูลให้ผู้ที่สนใจสามารถสืบค้น ติดต่อขออนุญาตใช้สิทธิ์ และช่วยลดข้อพิพาทในอนาคต
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ ศิลปิน ครีเอเตอร์ นักลงทุน และผู้ซื้อทั้งไทยและต่างประเทศ มาร่วมค้นพบแรงบันดาลใจและสร้างเครือข่ายธุรกิจร่วมกันในงาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคมนี้ ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน.