เงินบาทเปิดเช้านี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ คาดกรอบ 33.15–33.55 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผย ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้า 33.38 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบผันผวนแบบ Sideways Down ระหว่าง 33.26–33.43 บาทต่อดอลลาร์
ค่าเงินบาทได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Federal Reserve จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน รวมถึงความกังวลต่อแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
อย่างไรก็ตาม เงินบาทมีแรงหนุนกลับมาแข็งค่าบางส่วน หลังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง ทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ชะลอตัวลงชั่วคราว พร้อมหนุนราคาทองคำฟื้นตัวบางช่วง
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ปิดลบเล็กน้อย ขณะที่ Nasdaq ลดลง หลังแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor กดดันตลาด แม้หุ้นบางตัวอย่าง Meta จะปรับขึ้นแรงจากแนวโน้มธุรกิจใหม่ ด้านตลาดยุโรปก็ปรับตัวลดลงเช่นกันจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและพลังงาน
สำหรับตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 4.45–4.50% สะท้อนมุมมองที่ยังไม่แน่นอนของนักลงทุนต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ตลาดค่าเงินดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อยู่แถว 101.4 จุด
ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป
นักกลยุทธ์ระบุว่า ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Two-way risk โดยระยะสั้นยังมีแรงกดดันด้านอ่อนค่า หากดอลลาร์แข็งขึ้นหรือเกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม โดยคาดกรอบเงินบาทใน 24 ชั่วโมงที่ระดับ 33.15–33.55 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 33.50 และ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะปิดรับความเสี่ยงรุนแรง อาจเห็นแรงหนุนต่อเงินเยนและสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในระยะสั้นได้เช่นกัน