ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ เปิดแผนธุรกิจปี 69 ประกาศยกระดับบทบาทสู่พาร์ทเนอร์ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย พร้อมเปิดตัว “คนอร์ อร่อยชัวร์ รสหมู สูตรใหม่” ภายใต้คอนเซปต์เข้มข้นคูณ 2
ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions : UFS) ประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ภายใต้แนวคิดการเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่มากกว่าการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นางสาวสุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำประเทศไทยและกัมพูชา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและสงครามในหลายพื้นที่ การแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงผู้บริโภคที่มีความคาดหวังสูงขึ้นต่อทั้งคุณภาพสินค้าและการบริการ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้มองหาสินค้าที่ตอบโจทย์เพียงเรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่ต้องการโซลูชันที่สามารถช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมต้นทุน การประหยัดเวลา การรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในครัว
ภายใต้เครือยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย มีการดำเนินธุรกิจในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่ม Beauty & Wellbeing, Personal Care, Home Care และ Nutrition ซึ่งในกลุ่ม Nutrition นั้น UFS เป็นผู้ดูแลธุรกิจหลัก โดยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ กลุ่ม Quick Service Restaurant (QSR) โรงแรม ธุรกิจโฮเทล โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนผู้ผลิตสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) ที่วางจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น
ปัจจุบัน UFS บริหารพอร์ตสินค้าหลักภายใต้ 2 แบรนด์สำคัญ ได้แก่ “คนอร์” และ “เฮลแมนส์ (Best Foods)” โดยบริษัทระบุชัดเจนว่า ไม่ต้องการเป็นเพียง Supplier แต่ต้องการเป็น “Business Partner” ที่ช่วยผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว UFS ยังพัฒนาการสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านหลากหลายมิติ ได้แก่ การอัปเดตเทรนด์อาหารใหม่ๆ (Food Trends) เพื่อให้ร้านอาหารสามารถปรับตัวทันต่อความต้องการของผู้บริโภค การสร้างแรงบันดาลใจด้านเมนู (Menu Inspiration) เพื่อช่วยคิดค้นเมนูใหม่ดึงดูดลูกค้า การฝึกอบรมบุคลากรผ่าน UFS Academy เพื่อยกระดับทักษะเชฟและทีมงาน รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านบริหารธุรกิจ (Business Solutions) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรให้ร้านอาหาร
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทระบุว่า UFS ประเทศไทยเติบโตประมาณ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กลุ่มลูกค้าร้านอาหาร และโรงงานผลิตอาหารพร้อมจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Ready to Eat มีอัตราการเติบโตในระดับ Double Digit สะท้อนถึงศักยภาพตลาดอาหารสำเร็จรูปที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง
ด้านกลยุทธ์การเติบโต บริษัทมองว่าแม้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดร้านอาหารไทย แต่พื้นที่ที่น่าจับตาในระยะยาวคือ “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” หรือภาคอีสาน ซึ่งถือเป็น Strategic Growth Area ของบริษัท เนื่องจากมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมอาหารที่ชัดเจน จึงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงต่อการขยายตลาดในอนาคต
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัว “คนอร์ อร่อยชัวร์ รสหมู สูตรใหม่” ภายใต้แนวคิด “เข้มข้นคูณ 2” ซึ่งได้รับการพัฒนาจากอินไซต์ของเชฟและเจ้าของร้านอาหารที่ต้องการเครื่องปรุงรสที่ช่วยให้ทำอาหารได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นถึงเครื่อง
คุณสมบัติเด่นของสูตรใหม่ ประกอบด้วย การเพิ่มปริมาณกระเทียมมากขึ้น 3 เท่า เพิ่มพริกไทยขาว 1.4 เท่า ใช้วัตถุดิบจากเนื้อหมูแท้ ให้กลิ่นหอมและรสชาติอุมามิแบบไทยแท้ อีกทั้งช่วยให้เชฟสามารถใช้ในปริมาณเหมาะสมแต่ให้รสชาติที่เข้มข้นกว่าเดิม โดยยังคงราคาเท่าเดิม ขนาด 800 กรัม ราคาปกติ 75 บาท และจัดโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวในราคา 69 บาท
ในด้านการทำตลาด UFS เตรียมใช้งบประมาณและเครื่องมือสื่อสารแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก โดยจะมีการใช้โฆษณาทางโทรทัศน์ (TVC) ควบคู่กับสื่อออนไลน์ และกิจกรรมออนกราวด์ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและเข้าถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศ
สำหรับกลยุทธ์เจาะตลาดภาคอีสาน บริษัทเลือกใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ได้แก่ “อี๊ด โปงลางสะออน” ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการตัวจริงที่ใช้งานสินค้า และ “เซียนหรั่ง” ตัวแทนของความสนุกสนาน ไลฟ์สไตล์ และการสร้างคอนเนกชันผ่านอาหาร เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคในภูมิภาค
ขณะที่แผน Route to Market จะเน้นการเข้าถึงผู้ประกอบการโดยตรงผ่านหลายช่องทาง ทั้งการลงพื้นที่ตลาดสดกว่า 200 แห่ง ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกิจกรรมชงชิม การจัด Display Contest ในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าพันธมิตร
นอกจากนี้ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่อย่าง Grab และ LINE MAN เพื่อส่งตัวอย่างสินค้าและโปรโมชั่นพิเศษตรงถึงมือผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างพาร์ทเนอร์ชิพกับร้านเขียงหมูในตลาดสด เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มร้านอาหารได้ทันทีในจังหวะที่ผู้ประกอบการกำลังเลือกซื้อวัตถุดิบหลัก
UFS ย้ำว่าทิศทางธุรกิจในปีนี้จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสินค้า ความรู้ เทคโนโลยี และโซลูชันเชิงธุรกิจ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน