ส่งออกทุบสถิติทะลุ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯโต 18.7%

ส่งออกทุบสถิติทะลุ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯโต 18.7%
‘พาณิชย์’ชี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปัจจัยหนุน รองรับ AI -Data Center เดือนมี.ค.ขยายตัว 18.7%  ด้านส่งออกตะวันออกกลางเผชิญปัจจัยเสี่ยงติดลบ 57.1% มองแนวโน้มทั้งปีดีสุดยังเป็นบวก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,087,460 ล้านบาท) ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่ร้อยละ 18.7 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำและยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 19.3

ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแรงส่งในช่วงที่มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงระยะสั้น

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด เนื้อสุกร และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการชะงักงันของการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่สงบเริ่มส่งสัญญาณในตลาดตะวันออกกลางที่กลับมาหดตัว

ทั้งนี้ การส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 17.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 17.0

สำหรับมูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนมีนาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 38,496.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 35.7 ดุลการค้า ขาดดุล 3,339.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 96,169.9  ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.6 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 105,646.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 32.4 ดุลการค้า ขาดดุล 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร  ขยายตัวร้อยละ 1.1 (YoY) กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 10.7 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 14.0 กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 4.0  ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 4.9  น้ำตาลทราย ขยายตัวร้อยละ 15.8 ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 250.8 ทุเรียนสด ขยายตัวร้อยละ 14.5 ข้าวหอมมะลิ ขยายตัวร้อยละ 3.8 เครื่องเทศและสมุนไพร ขยายตัวร้อยละ 29.9 และมังคุดสด ขยายตัวร้อยละ 491.1

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัวร้อยละ 21.6 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 2.0 ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 17.2 เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 5.9 ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 30.0และเนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัวร้อยละ 22.8  โดย3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 2.1

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.4 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 24 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 34.2   อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 86.4เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 166.6 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 16.6 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัวร้อยละ 35.9 หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 29.6

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 3.5  เม็ดพลาสติก หดตัวร้อยละ 13.0 เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัวร้อยละ 4.3 ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัวร้อยละ 5.3 ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 21.3

การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดี นำโดยกลุ่มตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอาเซียน (5) ที่มีสินค้ากลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ผนวกกับการขยายตัวในระดับสูงของตลาดรองโดยเฉพาะเอเชียใต้และทวีปออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม การส่งออกในบางตลาดยังคงเผชิญความท้าทาย อาทิ ตลาดจีนและ CLMV รวมถึงตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์

ตลาดตะวันออกกลาง หดตัวร้อยละ 57.1 (หดตัวในรอบ 4 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และข้าว สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 13.2

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังอยู่ในทิศทางที่ขยายตัวจากปีก่อน ด้วยแรงหนุนของการปรับเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์และมือถือที่รองรับการประมวลผล AI และการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการขนส่งโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่จะชะลอลง

รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินมาตราการทางการค้าใหม่ ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง

 

TAGS: #ส่งออก #อิเล็กทรอนิกส์ #AI #-Data #Center