รัฐบาลกางแผนรับมือสงกรานต์ยันน้ำมันมีเพียงพอ

รัฐบาลกางแผนรับมือสงกรานต์ยันน้ำมันมีเพียงพอ
รมว.พลังงานมั่นใจน้ำมันมีเพียงพอแต่จำเป็นต้องทยอยปรับราคาให้สะท้อนตลาดโลกบ้างตามความเหมาะสม โดยยังใช้กองทุนน้ำมันฯดูแลไม่ให้มีผลกระทบมากเกินไป

นายอรรถพล  ฤกษ์พิบูลย์  รมว.พลังงาน เปิดเผยในงาน “Meet the Press: 1 เดือนวิกฤตโลก-แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า ขณะนี้ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำมันรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยมั่นใจปริมาณน้ำมันมีจัดสรรอย่างเพียงพอ แม้จะราคาน้ำมันยังมีความผันผวนในระดับสูง

ทั้งนี้ได้เตรียมการสำรองน้ำมันล่าสุดมีปริมาณรวม 107 วันโดยขณะนี้ได้รับการยืนยันของการจัดส่งน้ำมันทางเรือมีต่อเนื่องจนถึงเดือนพ.ค. โดยเเดือนเมษายนมีน้ำมันเข้ามา 24 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ

นอกจากนี้มาตรการเฉพาะหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกโดยจัดรถน้ำมันแสตนบาย เตรียมรถบรรทุกน้ำมันไปจอดประจำการในจุดหรือปั๊มน้ำมันที่คาดว่าประชาชนจะเข้าใช้บริการหนาแน่น เพื่อทำหน้าที่เป็นถังสำรองเคลื่อนที่รวมถึงการกำหนดจุดจ่ายน้ำมันเฉพาะรถสาธารณะ โดยประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม เพื่อกำหนดจุดจ่ายน้ำมันสำหรับรถบัสสาธารณะโดยเฉพาะ เพื่อลดความแออัดในสถานีบริการทั่วไป

ขณะเดียวกันได้เปิดแอปพลิเคชันเช็กสต๊อกปั๊ม ซึ่งประชาชนสามารถเช็กได้แบบ Real-time ว่าปั๊มน้ำมันในพิกัดใกล้เคียงมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่ โดยตั้งเป้าให้ครอบคลุม 10,000 ปั๊มทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตามการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบ ดำเนินการทั้งการเพิ่มการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป และการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งทาง OR มีแผน นำเข้าดีเซลเพิ่มเติมเดือนเมษายน 14 ล้านลิตร และจะมีการนำเข้าน้ำมันเบนซินเข้ามาช่วยเสริมด้วย

สำหรับข้อสงสัยถึงค่าการกลั่นน้ำมันปรับสูงขึ้น จาก 2  บาท เป็น 6 บาทต่อลิตร ค่าการกลั่นเกิดจากการคำนวณส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบในภาวะจากสงครามโรงกลั่นไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบตามราคาที่ประกาศทั่วไป แต่ต้องตจ่ายค่า "พรีเมียมจากสงคราม" (War Premium) ซึ่งในปะเด็นนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบหลักฐานจากโรงกลั่นว่า ค่าพรีเมียมที่อ้างนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าใดกันแน่ เพื่อให้นำข้อมูลที่ถูกต้องมาคำนวณต้นทุนที่แท้จริง,

ส่วนกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งๆที่มีสต๊อกน้ำมันราคาเก่าทำให้มีคำถามจากสังคมในเรื่องนี้นั้น ในระบบราคาน้ำมันบ้านเราอิงตามราคาตลาด ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลคล้ายกับราคาทองคำ คือราคาจะขึ้นลงตามตลาดโลกในปัจจุบัน โดยไม่คำนึงว่าสต๊อกเก่าซื้อมาเท่าใด เพราะหากในอนาคตราคาสูงแต่ราคาตลาดโลกลดลง โรงกลั่นก็ต้องขายในราคาที่ลดลงตามตลาดเช่นกันโดยสรุป ทั้งสองเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญเพราะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่ประชาชนต้องจ่าย และภาครัฐกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพื่อหาจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่างต้นทุนของผู้ประกอบการและภาระของประชาชน

“ส่วนเหตุผลของการปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6  บาทนั้นเพื่อให้ราคาในไทยสะท้อนตลาดโลก หากรัฐบาลไม่มีมาตรการปรับลดราคาลง 6 บาท  ส่วนต่างราคาระหว่างไทยกับมาเลเซียจะห่างกันมากกว่า 10 บาท ซึ่งส่วนต่างที่กว้างขนาดนี้จะกลายเป็น แรงจูงใจสำคัญให้เกิดการลักลอบน้ำมันทันที ซึ่งล่าสุดราคาน้ำมันมาเลเซียอยู่ 45 บาท ส่วนของไทยอยู่ที่ 49 บาท”

อย่างไรก็ตามการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันจะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีตัวเลขติดลบอยู่ที่ 28,000 ล้านบาท โดยกองทุนยังคงมีเงินไหลออกต่อเนื่องวันละประมาณ 1,300 ล้านบาท เพราะขณะนี้ยังใช้เงินดูแลดีเซลอยู่ลิตรละ 16 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายอรรถพล  กล่าวถึงการการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการกักตุน ได้ประสานงานกับ DSI เพื่อสุ่มตรวจรถบรรทุกน้ำมันที่ออกจากคลังว่าวิ่งไปถึงสถานีปลายทางจริงหรือไม่ หรือมีการแวะลักลอบถ่ายน้ำมันกลางทาง มีการส่งเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดและหน่วยงานปกครองเข้าตรวจค้นแหล่งกักเก็บน้ำมันที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งพบว่ามีการลักลอบเก็บเป็นหมื่นลิตรในบางพื้นที่

 

 

TAGS: #พลังงาน #ดีเซล #ค่าการกลั่น