สนค.เกาะติดผลกระทบสงครามราคาพลังงานพุ่งดันเงินเฟ้อขยับ

สนค.เกาะติดผลกระทบสงครามราคาพลังงานพุ่งดันเงินเฟ้อขยับ
สนค.เผยเงินเฟ้อเดือนก.พ.ลดลง 0.88 %  ติดลบเป็นเดือนที่ 11 มองแนวโน้มปัจจัยสงครามเสี่ยงดันราคาพลังงานกระทบอาหารสำเร็จรูป-ค่าบริการพุ่ง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 99.67 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.55 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.88 (YoY)  ซึ่งปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11  โดยมีปัจจัยสำคัญจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ราคาน้ำมันลดลงจากการชดเชยราคาของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ

ขณะที่ราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้า  ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลงร้อยละ 0.66 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)   

ด้านการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้ หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 1.59 (YoY) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม ลิปสติก แชมพู กระดาษชำระ โฟมล้างหน้า แป้งผัดหน้า) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน) ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ)  ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.26 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำดื่มบริสุทธิ์ เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน ปลาทูนึ่ง) ข้าวสารเจ้า ผักสด (พริกสด มะเขือ มะละกอดิบ ผักชี ผักคะน้า ใบกะเพรา) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม)

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ผลไม้สด (ทุเรียน กล้วยน้ำว้า แตงโม ฝรั่ง มะพร้าวอ่อน องุ่น ชมพู่) เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569 ลดลงร้อยละ 0.24 (MoM) ตามการลดลงของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.73 (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับลดลง โดยเฉพาะผักสด (พริกสด ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ) เนื้อสุกร และไข่ไก่ เนื่องจากปริมาณผลผลิตในตลาดมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงอาหารโทรสั่ง (Delivery) น้ำมันพืช ซอสหอยนางรม และข้าวสารเหนียว เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน องุ่น แก้วมังกร) ข้าวสารเจ้า กาแฟผงสำเร็จรูป และไก่ย่าง ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.08 (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว โฟมล้างหน้า แชมพู น้ำยาระงับกลิ่นกาย น้ำยาบ้วนปาก) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาถูพื้น) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารเครื่องบิ(ต่างประเทศ) และของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด (ลิปสติก สบู่ถูตัว ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (คลีนซิ่ง))

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น

2. ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า 3. ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และ 4. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ด้านปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1. ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่าเอฟที งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย  2. การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และ  3. ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สนค.ได้จัดทำแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน ไว้ 3 สมมติฐาน  คือ กรณีที่ 1 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เงินเฟ้ออยู่ที่ 1-2% คาดการณ์ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับเพิ่มขึ้น 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

 กรณีที่ 2 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น 10% ใน 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ และ กรณีที่ 3 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก สูงกว่าระดับ 120  ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เงินเฟ้อจะมากกว่า 3% ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น 10% ใน 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

“เดือนมี.ค.เงินเฟ้อจะพลิกกลับมาบวกได้หรือไม่ ยังบอกไม่ได้เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนทุกวัน  แต่มีความเป็นไปได้ที่จะติดลบลดลง จากปัจจัยของราคาพลังงานที่สูงขึ้นและมีผลต่อต้นทุนวัตถุดิบ สิ่งที่ต้องจับตา คือ ราคาอาหารสำเร็จรูป อาหารจานเดียวที่จะขึ้นตามราคาน้ำมัน เพราะหากปรับราคาขึ้นไปแล้วจะไม่ปรับลดลงมา ส่วนปัญหาเงินฝืดยังไม่เกิดขึ้นกับไทย เพราะแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ แม้เงินเฟ้อจะติดลบ แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการอยู่ ขณะที่การจ้างงาน ก็ยังมี การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ไม่ติดลบ"

 

 

 

TAGS: #สนค. #เงินเฟ้อ #สงคราม