ทีทีบีประกาศกำไรครึ่งปี 1.06 หมื่นล้าน เดินหน้าซื้อหุ้นคืนสะสม 2.1 หมื่นล้าน

ทีทีบีประกาศกำไรครึ่งปี 1.06 หมื่นล้าน เดินหน้าซื้อหุ้นคืนสะสม 2.1 หมื่นล้าน
ทีทีบี รายงานกำไรสุทธิQ2 ปี 69 ที่ 5,513 ล้านบาท และกำไรสุทธิรอบ 6 เดือน 10,683 ล้านบาท ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังมีเสถียรภาพ หนี้เสียทรงตัวที่ 2.93% Coverage Ratio เพิ่มเป็น 157%

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,513 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 10,683 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งการรักษาระดับกำไร การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ และการบริหารเงินกองทุน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยธนาคารยังสามารถรักษาระดับผลกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ พร้อมเดินหน้าแผนบริหารเงินกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น และให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

ธนาคารยังมุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่อกลุ่มรายย่อยที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินเพื่อลดผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยขาลง รวมถึงนำศักยภาพด้านดิจิทัลมาใช้สนับสนุนการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะกับลูกค้า และลดต้นทุนการให้บริการ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ รอบ 6 เดือน ปี 2569 อยู่ที่ 18,382 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 18,566 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงมีเสถียรภาพ โดยหนี้เสียอยู่ที่ประมาณ 39,000 ล้านบาทต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ รอบ 6 เดือน ลดลง 9.5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 8,035 ล้านบาท คิดเป็น Credit Cost ที่ 136 bps

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงตั้งสำรองฯ ในระดับที่สูงกว่าภาวะปกติและตั้ง Management Overlay ต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 157% จาก 152% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนหนี้เสียทรงตัวที่ 2.93%

สำหรับแผนบริหารเงินกองทุน ธนาคารมีความคืบหน้าสำคัญจากโครงการซื้อหุ้นคืน โดยผู้ถือหุ้นอนุมัติการเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนเป็น 35,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาโครงการเป็น 4 ปี ระหว่างปี 2568-2571 ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารซื้อหุ้นคืนสะสมมูลค่า 21,000 ล้านบาท จำนวน 10,038 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.29% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เร็วกว่าแผนเดิม 1 ปี

ธนาคารระบุว่า การซื้อหุ้นคืนจะช่วยสนับสนุนการจัดสรรกำไรต่อหุ้น (EPS) และเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ในอนาคต เนื่องจากหุ้นที่ซื้อคืนไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล โดยด้วยแนวโน้มผลการดำเนินงานและฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทีทีบียังคงมั่นใจว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านการช่วยเหลือลูกค้า ทีทีบีเดินหน้าใช้กลไก Risk-based Pricing เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ปัจจุบันอนุมัติสินเชื่อแล้วประมาณ 4,100 ล้านบาท ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้ากว่า 650 ล้านบาท

ขณะที่โครงการ “รวบหนี้” มีลูกค้าเข้าร่วมกว่า 80,000 ราย ช่วยลดภาระดอกเบี้ยรวมประมาณ 3,200 ล้านบาท ส่วนโครงการ “ผ่อนดี มีรางวัล” มีลูกค้าเข้าร่วมกว่า 11,400 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อรวมประมาณ 5,300 ล้านบาท และโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ให้ความช่วยเหลือลูกค้าแล้วกว่า 77,500 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อประมาณ 37,000 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานรายการสำคัญ สินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,184 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่สินเชื่อกลุ่มเป้าหมายภายใต้ Ecosystem ของธนาคารยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม และสินเชื่อส่วนบุคคล

เงินฝากอยู่ที่ 1,274 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อน และ 0.4% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากเงินฝากไม่ประจำ ttb no fixed และเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ขณะที่เงินฝากประจำลดลงตามการครบกำหนด สอดคล้องกับกลยุทธ์บริหารต้นทุนเงินฝาก

รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 17,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรอบ 6 เดือน อยู่ที่ 34,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากค่าธรรมเนียมกองทุนรวม แบงก์แอสชัวรันส์ บัตรเครดิต และรายได้เงินปันผล

ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไตรมาส 2 อยู่ที่ 8,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากไตรมาสก่อน จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการ Write-off ระบบไอทีและการด้อยค่าแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ยุติการใช้งาน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมรอบ 6 เดือนอยู่ที่ 15,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้อยู่ที่ 46% เป็นไปตามเป้าหมาย

ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ทีทีบียังคงมีฐานะเงินกองทุนในระดับสูง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 19.0% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) อยู่ที่ 17.0% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับธนาคารกลุ่ม D-SIBs ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 12.0% สำหรับ CAR และ 9.5% สำหรับ Tier 1

สำหรับช่วงที่เหลือของปี ทีทีบีจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ มุ่งสร้างการเติบโตให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการช่วยเหลือลูกค้าและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน และสนับสนุนแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)

TAGS: #ทีทีบี #ttb #ธนาคารทหารไทยธนชาต #ผลประกอบการ #กำไรไตรมาส #2