ประเทศไทยยังเผชิญภาระโรคมะเร็งปอดในระดับสูง ด้วยผู้ป่วยรายใหม่กว่า 23,000 รายต่อปี ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 และการกลายพันธุ์ของยีนที่พบมากในคนเอเชีย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงจัดงานวันมะเร็งโลก
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายและบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “วันมะเร็งโลก 2569” ภายใต้แนวคิด United by Unique: Voice of Cancer Free Life มุ่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและตรวจพบโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะ “มะเร็งปอด” ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงใหม่อย่างฝุ่น PM2.5 และการกลายพันธุ์ของยีนที่พบสูงในคนเอเชีย
ข้อมูลจาก Global Cancer Observatory (GLOBOCAN 2022) ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่ประมาณ 23,494 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตราว 19,864 รายต่อปี สะท้อนภาระโรคที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งเนื่องจากการตรวจพบในระยะลุกลาม ทำให้การคัดกรองเชิงรุกมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อลดการสูญเสีย
เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า วิกฤตฝุ่น PM2.5 ซึ่งทวีความรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพ อนุภาคขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ถุงลมปอด กระแสเลือด และแพร่กระจายทั่วร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และโรคอื่นๆ อีกหลายชนิด พร้อมคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2574–2579 อัตราการเกิดมะเร็งปอดในไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น
ด้าน นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ระบุว่า แม้การสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยที่ไม่สูบบุหรี่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ PM2.5 องค์การอนามัยโลกยืนยันความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งปอด นอกจากนี้ ผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมาในไทยยังพบการกลายพันธุ์ของยีน EGFR สูงถึงร้อยละ 50–60 โดยเฉพาะในผู้หญิง สูงกว่าประเทศตะวันตกหลายเท่า
ปัจจุบันแนวทางการรักษามุ่งสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) โดยการตรวจยีนเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยเพิ่มโอกาสควบคุมโรค ลดผลข้างเคียง และเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ซึ่งการตรวจยีนถือเป็นมาตรฐานการดูแลและสามารถเบิกจ่ายได้ทุกสิทธิ์การรักษา
ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ตรวจยีนมั่นใจ สิทธิที่คนไทยต้องรู้” เพื่อผลักดันการมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมในประเทศไทย คล้ายกับแนวคิดกฎหมาย GINA ของสหรัฐอเมริกา โดย ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า แม้การตรวจยีนจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลพันธุกรรมโดยเฉพาะ อาจก่อให้เกิดความกังวลเรื่องการถูกเลือกปฏิบัติ เช่น การสมัครงานหรือการทำประกันชีวิต
“การสร้างความเชื่อมั่นด้านสิทธิและความปลอดภัยของข้อมูล จะช่วยให้ประชาชนกล้าตรวจ กล้าป้องกัน และเข้าสู่ระบบการรักษาได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาในระยะยาว” นพ.สมชาย กล่าว
ขณะที่ คุณโสมรสา พงษ์เพิ่มพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มะเร็งเป็นความท้าทายของระบบสาธารณสุขทั่วโลก การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน พร้อมใช้นวัตกรรมการวินิจฉัยและการรักษาที่ทันสมัย จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ข้อมูลจากงานวันมะเร็งโลก 2569 สะท้อนว่า การรับมือโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาในโรงพยาบาล แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การจัดการคุณภาพอากาศ การคัดกรองเชิงรุก การเข้าถึงเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำ และการมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิด้านข้อมูลสุขภาพ เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยจากโรคมะเร็งอย่างแท้จริง