‘พาณิชย์’ชี้เงินเฟ้อเดือนม.ค.ยังติดลบจากราคาน้ำมัน-ค่าไฟที่ลดลง แต่หมวดอาหารสำเร็จรูปยังสูง มองแนวโน้มเดือนยังติดลบ คาดเริ่มบวกไตรมาส2 หลังมีรัฐบาลใหม่อัดมาตรการเพิ่มกำลังซื้อ
น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 99.91 เทียบกับเดือนมกราคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.57 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.66 (YoY) โดยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10
ทั้งนี้มีปัจจัยสำคัญจากการปรับลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลง จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ
ขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากการสูงขึ้นของราคาเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป เป็นสำคัญ สะท้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้เมื่อเทียบอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนธันวาคม 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป
ของไทยลดลงร้อยละ 0.28 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 7 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 2
จาก 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม สปป.ลาว) สำหรับเฉลี่ยทั้งปี 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลงร้อยละ 0.14 (AoA) อยู่ระดับต่ำอันดับที่ 8 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 ลดลงร้อยละ 0.28 (MoM) ตามการลดลงของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.42 (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับลดลง อาทิ ผักสด (ผักกาดขาว มะเขือ กะหล่ำปลี ผักชี ผักคะน้า) ไข่ไก่ และเนื้อสุกร เนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไก่ย่าง น้ำมันพืช กาแฟผงสำเร็จรูป และข้าวสารเหนียว เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ
ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ข้าวสารเจ้า ผลไม้สด (แตงโม แก้วมังกร มังคุด มะละกอสุก) น้ำอัดลม ไก่สด และกุ้งขาว และหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 0.17 (MoM) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากมีการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้า เนื่องจากมีการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ประจำเดือนมกราคม – เมษายน 2569
ด้านของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย แชมพู โฟมล้างหน้า) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า) ปรับราคาลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าจ้างเหมาซ่อมแซมบ้าน
อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง โดยยมีปัจจัยกดดันให้อัตรา
เงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ประกอบกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า
2. ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตรา
ค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย 3. การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อสูง และ 4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น
ส่วนปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่ 1. ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า โดยเฉพาะผักสดที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และ 2.ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569 ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 0.0 - 1.0 (ค่ากลางร้อยละ 0.5)
“เงินเฟ้อในช่วงไตรมาสแรก จะยังติดลบอยู่ และจะเริ่มบวกไตรมาส 2 ที่ 0.38 % ไตรมาส 3 บวก 0.90 % และไตรมาส 4 บวก 1.15 % โดยมีปัจจัยจากการตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อและราคาสินค้าบางอย่างเพิ่มขึ้น ส่วนเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง นั้นยังไม่มีสัญญาณของเงินฝืดเกิดขึ้น”