ชงรัฐบาลใหม่ปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ

ชงรัฐบาลใหม่ปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ
กรมเชื้อเพลิงฯเร่งแก้กฏหมายปิโตรเลียมเปิดทางพิจารณาแหล่งก๊าซ-น้ำมันที่ใกล้หมดอายุแต่มีศักยภาพ สร้างความต่อเนื่องกำลังการผลิตไม่ให้เกิดการสะดุดในการจัดหาสร้างความมั่นทางพลังงาน 

นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ   เปิดเผยถึงแผนงานในปี 2569 ยังคงสร้างความต่อเนื่องในการจัดหาแหล่งพลังงานให้กับประเทศ  ซึ่งการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมครั้งที่ 25 ในแปลงสำรวจบนบกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ขณะนี้ได้คัดเลือกผู้ยื่นที่ผ่านการเห็นชอบแล้ว  เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาอนุมัติ  

สำหรับแปลงสัมปทานปิโตรเลียมที่ใกล้หมดอายุ ซึ่งหลายแปลงยังมีศักยภาพ นั้น ทางกรมเชื้อเพลิงเตรียมเสนอร่างแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 เพื่อขยายระยะเวลาของสัญญาสัมปทานจากเดิมที่ต่ออายุได้เพียงครั้งเดียว 10ปี จะเปลี่ยนเป็นไม่จำกัดระยะเวลากี่ปี โดยให้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแปลงสัมปทานที่จะหมดอายุสัญญา และกำหนดเกณฑ์พิจารณาแปลงต่อแปลง  รวมทั้งแก้ไขกฎหมายระดับอนุบัญญัติเช่น กฎกระทรวง เป็นต้น เพื่อเสนอครม.รัฐบาลใหม่อนุมัติ

ทั้งนี้การแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมนี้ ถือเป็นการปลดล็อกจากเงื่อนไขเดิมโดยไม่ยึดติดว่าต่ออายุได้เพียงครั้งเดียวแล้วต่ออายุอีกไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่เป็นการต่ออายุอัตโนมัติ เพราะมีการพิจารณาด้วยเน้นแปลงที่มีศักยภาพว่าควรไปต่อได้  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับรายใดรายหนึ่ง และต้องมีอะไรมารองรับการพิจารณา ส่วนผลประโยชน์ที่ภาครัฐได้รับจะต้องมีการเจรจาให้เหมาะสม

การแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความต่อเนื่อง เนื่องจากพบว่าแปลงปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานยังมีศักยภาพผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมอยู่ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาโดยไม่หยุดชะงัก จำเป็นเร่งต้องเร่งเสนอแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียม นอกจากรอครม.ชุดใหม่อนุมัติแล้ว ยังต้องส่งเรื่องไปยังกฤษฎีกาพิจารณาด้วย

นายวรากร กล่าวว่า ศักยภาพปิโตรเลียมไทย หากไม่มีการเจาะหลุมสำรวจเพิ่ม ปริมาณปิโตรเลียมจะมีใช้ไม่ถึง 10 ปี ดังนั้นเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ กรมเชื้อเพลิงฯจึงเร่งเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งบนบก(รอบ25)และในทะเลน้ำลึกฝั่งอันดามัน(รอบ26) 

สำหรับการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในทะเลน้ำลึกฝั่งอันดามัน ( รอบที่ 26 ) รอเสนอ ครม.ใหม่พิจารณาเช่นกัน อีกทั้ง ยังเตรียมเสนอการต่ออายุสัมปทานพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) ซึ่งใกล้จะหมดอายุสัมปทานในปี 2572 แม้ว่าจะไม่ได้งบประมาณรัฐ และผู้ลงนามสัญญาไม่ใช่รัฐมนตรี แต่ให้องค์กรร่วมไทย-มาเลเซียลงนาม ซึ่งเร็วๆนี้ ทางมาเลเซียเตรียมเสรอครม.พิจารณาอนุมัติ

อย่างไรก็ตามแปลงปิโตรเลียมที่ใกล้สิ้นสุดการต่ออายุสัมปทาน คือ โครงการแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ (S1) เป็นแหล่งน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดของไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันผลิตอยู่ที่ 24,000 บาร์เรลต่อวัน โดยที่ผ่านมาได้รับอนุมัติให้ต่อสัมปทานผลิตปิโตรเลียมแปลง S1 ไปอีก 10 ปี สิ้นสุดในปี 2574 และโครงการสินภูฮ่อม เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติบนบกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีจำนวน 2 แปลง จะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2572 และปี 2574 ปัจจุบันมีปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยประมาณ 100ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน นับเป็นแหล่งก๊าซฯที่สร้างความมั่นด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับภาคอีสาน

TAGS: #กรมเชื้อเพลิง #สัมปทาน #กฏหมายปิโตรเลียม #พลังงาน #วรากรพรหโมบล