หอการค้าฯเปิดเวทีพบพรรคเพื่อไทยแลกไอเดียเศรษฐกิจ

หอการค้าฯเปิดเวทีพบพรรคเพื่อไทยแลกไอเดียเศรษฐกิจ
หอการค้าไทย ชง 6 วาระแห่งชาติเร่งด่วน โจทย์ประเทศก่อนเลือกตั้ง ชี้ยุทธศาสตร์ชาติต้องเห็นผลจริง เรียกร้องปราบคอร์รัปชั่น-ทุนเทาเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เปิดเผยหลังให้การต้อนรับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ได้หารือแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอร่างพิมพ์เขียวการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ (Reinvent Thailand - A Platform for Policy Co-Creation and Execution) ในนาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถานบัน (กกร.) โดยมุ่งสะท้อนข้อเสนอจากภาคเอกชน และเสริมสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาคการเมืองกับภาคธุรกิจ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

ทั้งนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็งและทันต่อบริบทการแข่งขันในปัจจุบัน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เน้นประชานิยมโดยเอาเงินไปสร้างงาน และการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมเดินหน้าจัดการปัญหาทุนสีเทา การทุจริตคอร์รัปชัน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่บิดเบือนกลไกตลาด ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของประเทศในระยะต่อไป มิได้อยู่ที่การขาดแคลนนโยบายหรือแนวคิดใหม่ หากแต่อยู่ที่ศักยภาพในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และสามารถตรวจสอบประสิทธิผลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่สามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องได้จริง

ทางหอการค้าไทยจึงได้นำเสนอ 6 วาระแห่งชาติเร่งด่วน ที่ภาคเอกชนเห็นว่าควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ได้แก่

1. การขาดยุทธศาสตร์ชาติที่สามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่อง

2. การปฏิรูประบบราชการและการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

3. โครงสร้างการบริหารประเทศที่ยังขาดการบูรณาการ

4. การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ

5. การจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติในระดับชาติ

6. การเสริมสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังย้ำถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนประเทศบนพื้นฐานของความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยเห็นว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงระบบราชการ การลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงการกำหนดนโยบายที่มีความต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และยึดข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของประเทศ

 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคมีนโยบายสำคัญในการเป้าหมายประเทศไทยวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วย Science and Technology (S&T) เป็นกลไกหลักในการสร้างความเชื่อมั่น เสริมศักยภาพคนไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ภายใต้กรอบการพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลของนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ที่การใช้ 2 เครื่องยนต์หลัก ควบคู่กัน ได้แก่ การ “Upgrade Existing Engine” ซึ่งมุ่งเพิ่มผลิตภาพของภาคเศรษฐกิจเดิมผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครอบคลุมภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ ควบคู่กับการสร้าง “New Growth Engine” เพื่อเปิดแหล่งเติบโตใหม่ให้กับประเทศ ผ่านการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับแนวหน้า และการสร้างระบบถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยเสาหลักสนับสนุนที่เข้มแข็ง โดยเสาหลักแรกคือการสร้าง ความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ เสถียรภาพทางการเมือง และการพัฒนาที่ยึดเป้าหมายความยั่งยืนตามกรอบ SDGs 2030 เสาหลักที่สองคือการเสริมสร้าง หลักนิติธรรม (Rule of Law) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน ผ่านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้มีความคล่องตัว การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้านกฎหมายและการยกระดับดัชนีหลักนิติธรรมของประเทศ

เสาหลักที่สามคือการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

 

TAGS: #หอการค้าไทย #วาระแห่งชาติ #ปราบคอร์รัปชั่น