แผน PDP ใหม่ วางกรอบ 25 ปี ตอบรับ Net Zero

แผน PDP ใหม่ วางกรอบ 25 ปี ตอบรับ Net Zero
สนพ.เดินหน้าจัดทำแผน PDP ห่วงดีมานด์ไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์โตเกินจริง เร่งสรุปตัวเลขพยากรณ์ไฟฟ้าก่อนเคาะโรงไฟฟ้าใหม่ หวังเสร็จภายใน พ.ค.นี้

นายวัฒนพงษ์  คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) ซึ่งเป็นการทบทวนสมมติฐานให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันมากที่สุด โดยมีกระบวนการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธาน ส่วนจำเป็นต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย

สำหรับแผน PDP 2026 จะเป็นแผนระยะยาว 25 ปี ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่มี 20 ปี  (ปี 2569-2593) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายสถานการณ์พลังงานโลกโดยเฉพาะ Net Zero จากปี 2065 เป็นปี 2050

ทั้งนี้หลักการจัดทำแผน PDP 2026  ประกอบด้วยหลายปัจจัย  ได้แก่ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (GDP) ซึ่งทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดการณ์เฉลี่ย 25 ปี ไว้ที่ 2.6-2.7% ,ปริมาณสำรองไฟฟ้าต้องเหมาะสม ซึ่งได้ปรับรูปแบบการคำนวณอัตราการสำรองไฟฟ้า เป็นการใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) อยู่ที่ 0.7% หรือคิดเป็น 16 ชั่วโมงต่อปี  รวมถึงจำนวนประชากร  สภาพภูมิอากาศ และความต้องการใช้ไฟฟ้าในกลุ่มใหม่ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า(EV)  ดาต้าเซ็นเตอร์

สำหรับกลุ่มดาต้า เซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเบื้องต้นตัวเลขที่ยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อยู่ที่ 4,000-5,000 เมกะวัตต์ ที่ขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอแล้ว แต่เท่าที่ทราบยังมีบางบริษัทแจ้งตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าซ้ำซ้อนจนตัวเลขมากถึง 1 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งอาจเป็นเพียงภาพลวงตาก็ได้ ดังนั้นต้องเช็คข้อมูลให้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ข้อมูลจากกลุ่มที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Independent Power Supply : IPS) ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8,000 เมกะวัตต์ โดย 99% เป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ผลิตไฟฟ้าในเวลากลางวัน ส่วนตอนกลางคืนจะกลับมาใช้ไฟฟ้าจากระบบประมาณ 20-30%   สิ่งที่กังวลตอนนี้คือ IPS  มีปริมาณมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดย

ล่าสุดกกพ.มีมติกำหนด่เรื่องโซลาร์รูฟเนื่องจากพบว่าบางโครงการไม่ได้เป็นการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง แต่เป็นลักษณะการซื้อไฟจากบริษัทอื่นขายไฟให้ในรั้วเดียวกัน มีการลากสายส่ง ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งถือว่าผิดหลักการ อาศัยช่องว่า เป็นเรื่องใหม่ที่กติกาตามไม่ทัน 

นอกจากนี้ในแผนพีดีพียังต้องนำ ข้อมูลของแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) จะได้ตามเป้าหมายหรือไม่ รวมถึงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเป็นเท่าไร จะเพิ่มขึ้นเป็น 51% หรือไม่ จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% โดยให้ กฟผ.กลับไปทำตัวเลขการผลิตไฟฟ้าทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ) ในเขื่อนของ กฟผ. ทั่วประเทศ จากแผน PDP2018 Revision 1 ที่กำหนดไว้ที่ 2,725 เมกะวัตต์  ซึ่งกฟผ.เคยแจ้งว่าศักยภาพโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ทั่วประเทศ สามารถทำได้มากถึง 10,000 เมกะวัตต์

ด้านการกำหนดสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน ให้มากกว่า 50%  โดยผลักดันโครงการโซลาร์ฟาร์ม โครงการพลังงานลม โครงการโซลาร์ชุมชนแล้ว  รวมถึงการกำหนดบทบาทของเทคโนโลยีพลังงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่สามารถผลักดันให้ไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ให้เร็วขึ้นจากแผนเดิมปี 2575-2576  ซึ่งยังต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี โดยทางกฟผ.จะเป็นผู้รับผิดอชอบการก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR และในแผน PDP ฉบับใหม่อาจพิจารณาเพิ่มกรอบกำลังการผลิตไฟฟ้าจาก SMR เพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการการดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS ให้พิจารณาบรรจุในแผน PDP ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

นายวัฒพงษ์ กล่าวว่า ภายในเดือนมกราคมนี้ การจัดทำข้อมูลความต้องการใช้ไฟฟ้าขั้นต่ำสุด หรือโหลดฐาน (Base Load) จะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธาน โดยจะพยายามให้แผน PDP 2026 เสร็จภายในเดือนพ.ค. 2569  

 

TAGS: #สนพ. #PDP #ดาต้าเซ็นเตอร์